ประวัติอำเภอเชียงดาว

                ประวัติของอำเภอเชียงดาว หรือเมืองเชียงดาว ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนในประวัติศาสตร์ว่าสร้างมาในยุคใด สมัยใด มีเพียงตามที่ได้กล่าวพาดพิงไว้ในพงศาวดารโยนก ว่าเป็นเมืองที่พระเจ้าเม็งรายมหาวีรกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนาไทย ซึ่งเสวยราชสมบัติในนครเชียงใหม่ ได้ยกเมืองเชียงดาวให้เป็นบำเหน็จความชอบในราชการสงครามแก่  เจ้าไชยสงคราม ราชโอรสองค์ที่ 2 เมื่อประมาณ 600 ปีเศษมาแล้วว่า พระเจ้า เม็งราย ทราบข่าวจากคนสอดแนม ที่สอดแนมเมืองหริภุญชัย ว่าพญาเบิกยกทัพจากเขลางค์นคร เพื่อตีเอาเมือง                หริภุญชัย และเมืองกุมกาม พระเจ้าเม็งรายจึงรับสั่งให้มีการสมโภชพระราชโอรส 7 วัน และสถาปนาเป็นเจ้าไชยสงคราม พระราชทานเครื่องอุปโภค บริโภค อย่าง  มหาอุปราชให้ไปครองเมืองเชียงราย และยกเมืองเชียงดาวให้เป็นบำเหน็จอีกเมืองหนึ่ง และ “ เจ้าไชยสงครามกับขุนเมืองทั้งหลายต่างทูลเจ้าพระยาเม็งรายกลับคืนไปรักษาเมืองแห่งตน ครั้นเจ้าไชยสงครามกลับไปถึงเมืองเชียงรายแล้ว  จึงแต่งขุนช่างทั้งหลายมาแผ้วถางเมืองเชียงดาว สร้างคุ้มวังที่ประทับพร้อมด้วย โรงพล โรงช้าง โรงม้า ฉางข้าว ฉางเหลือบริบูรณ์  ทุกอันครั้งรุ่งปีก็เสด็จมาประทับอยู่เมืองเชียงดาว ตั้งแต่เดือนห้าจนถึงเดือนแปด จึงกลับไปเมืองเชียงรายเสมอทุกปียามเองเจ้าไชยสงครามมาพักในเมืองเชียงดาวคราวใด ก็เสด็จไปเฝ้าพระราชบิดายังนครพิงค์เชียงใหม่ ปีละครั้งทุกปี ”

                                ในระยะตั้งแต่เดือน 9 ถึงเดือน 4 เจ้าไชยสงครามไปพักอยู่เมืองเชียงราย ทางเมืองเชียงดาว ก็ได้มอบให้ภรรยาคนหนึ่งอยู่ควบคุมดูแลแทน ซึ่งในเวลาต่อมา ภรรยาผู้นี้ของพระเจ้าไชยสงครามได้มีเรื่องกับ      ขุนเครื่องราชโอรสองค์ที่ 3 ของเจ้าพระยาเม็งราย เจ้าพระยาเม็งรายจึงเนรเทศไปไว้ที่แคว้นไทยใหญ่ พวกชาวไทยใหญ่ก็สร้างเมืองถวายประทับ เรียกว่า เมืองนาย พงศาวดารกล่าวถึง เมืองเชียงดาวอีกว่า ในสมัยพระเจ้า   บุเรงนองกษัตริย์พม่ายกกองทัพเข้ามาตั้งอยู่ในเชียงดาว รอพบทูตจากพระเจ้ามกุฎกษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่           ที่ส่งไปเจรจาความเมืองกัน ซึ่งผลสุดท้ายพม่าก็เข้าปกครองอาณาจักรล้านนาไทย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในปี พ.. 2109 และจากนั้น ก็กล่าวถึงเมืองเชียงดาวอีกในคราวที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้กรีฑาทัพมาชุมนุมพล         ที่เมืองเชียงใหม่แล้วเดินทัพจากเมืองเชียงใหม่เข้าตีเมืองอังวะ ก่อนออกจากราชอาณาเขตได้ทรงยั้งทัพที่บ้านเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่    เพื่อแบ่งทัพออกเป็น 2 ทัพ  ทัพหลวงทรงคุมพลเองออกไปตั้งที่เมืองหางแล้วทรงเสด็จสวรรคตที่เมืองหางอีกทัพทรงโปรดเกล้าให้สมเด็จพระเจ้าเอกาทศรถคุมทัพไปทางเมืองฝางเข้าสู่เขตไทยใหญ่

                ในพงศาวดารกล่าวถึงเมืองเชียงดาวเป็นครั้งคราวแต่ระยะเวลาห่างกันมาก ในช่วงระยะเวลา            ที่ห่างกันมากๆ นี้ทำให้เราไม่สามารถทราบได้ว่ามีใครมาเป็นเจ้าเมืองเชียงดาวบ้างต่อจากเจ้าไชยสงคราม แต่ในตำนานถ้ำหลวงเชียงดาวกล่าวว่า ผู้ครองเมืองเชียงดาวมีนามว่า  อนันทราชา เป็นผู้มีความเคารพเลื่อมใสถ้ำหลวงอันศักดิ์สิทธิ์เป็นคนแรก แต่ไม่ได้ก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์ใดๆ ไว้จึงทำให้ไม่มีหลักฐานว่า อนันทราชาผู้นี้ครองเมืองเชียงดาว ในปี พ.. ใด จากเรื่องราวที่พอจะสืบค้นได้นี้เราพอสรุปได้ว่า เมืองเชียงดาวเป็นเมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่ง มีอายุอย่างน้อยที่สุด ประมาณ 712 ปี นับถึง พ.. 2552 นี้ และในช่วงเวลาดังกล่าวนับร้อย ๆ ปีนี้             เมืองเชียงดาวก็คงประสบภัยสงคราม ทำให้เป็นเมืองร้างไปหลายครั้งและอาจก่อตั้งขึ้นมาอีกเป็นหลายครั้ง เหมือนกับเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองอื่น ๆ จนกระทั่งประมาณ 100 ปี มานี้เอง ซึ่งตรงกับราชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสมัยนั้นเป็นสมัยปฏิรูปการปกครองหัวเมืองทั้งฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ โดยทรงจัดให้มีการปกครองในหัวเมืองรอบนอกแบบมณฑลเทศาภิบาล ซึ่งประมาณ พ.. 2442 – 2476 ส่วนกลางมีแบบการปกครองตามอย่างอารยะประเทศ คือตั้งเป็นกระทรวงกลาโหม โดยเลิกล้มสมุหนายก  สมุหกลาโหมเสีย  หัวเมืองรอบนอกหลาย ๆ  เมืองจัดตั้งเป็นมณฑลเมืองเชียงใหม่  อยู่ในมณฑลพายัพ แต่ตำแหน่งเข้าเมืองโดยสืบตระกูลกันมา แต่เจ้าผู้ครองนครแต่เดิมนั้นยังมีอยู่แต่ถูกลดอำนาจบทบาทการปกครองไป โดยทางรัฐบาลกลาง   ส่งข้าหลวงประจำเมืองมาดูแลปกครองมีข้าราชการตำแหน่งต่าง ๆ มาเป็นผู้ช่วยข้าหลวง   และรัฐบาลก็จัดให้มีเงินเดือน  เช่น  ข้าราชการแทน   ครั้นต่อมาจนสมัยรัชกาลที่ 7 ตั้งแต่ พ.. 2469 เป็นต้นมา ตำแหน่งเจ้าเมืองใดว่างลง ก็ไม่ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งอีก เจ้าเมืองใดยังมีชีวิตอยู่ก็โปรดพระราชทานเงินเดือนเลี้ยงชีพต่อไป

                ครั้นหลัง ปี พ.. 2475 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการ  ปกครองหัวเมืองขึ้นโดยมีเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยการจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลก็เลิกไป แต่จัดให้มีการบริหารราชการส่วนภูมิภาคแบ่งเป็น จังหวัด อำเภอ ตำแหน่งผู้ปกครองอำเภอแต่เดิมเป็นตำแหน่งนายแขวง ก็เปลี่ยนมาเป็นตำแหน่งนายอำเภอเมืองเชียงดาวอยู่ในมณฑลพายัพนายแขวงของอำเภอเชียงดาว ซึ่งเป็นนายอำเภอคนแรกในปี พ..2452 ก็คือ เจ้าราชบุตร ณ เชียงใหม่ (คือบุตรคนโตของเจ้าเมืองเชียงดาวคนก่อน ไม่ใช่เจ้าราชบุตรเมืองเชียงใหม่)       ในสมัยที่เมืองต่าง ๆ มีเจ้าเมืองปกครอง บุตรชายคนโตมักได้ตำแหน่งเจ้าราชบุตร นอกนั้นจะมีตำแหน่งเจ้าราชวงศ์ เจ้าราชสัมพันธ์ เจ้าภาคิไนย   ถ้าเป็นเมืองใหญ่อันเป็นราชธานีของอาณาจักร ซึ่งพระยามหากษัตริย์ปกครองนั้น  ผู้จะสืบต่อราชสมบัติมักจะได้เป็นเจ้าอุปราชเมืองเชียงดาวตั้งอยู่ที่ใด ยังไม่มีใครกล้ายืนยันได้ว่า บริเวณเมืองเก่าเชียงดาวตั้งอยู่ที่ใด เพราะไม่มีใคร  สนใจศึกษาค้นคว้ามาก่อนทั้งนี้เพราะเมืองเชียงดาวเป็น             หัวเมืองเล็กขึ้นต่อเมืองเชียงใหม่ ไม่ใช่เป็นเมืองราชธานีแห่งแคว้น อย่างไรก็ตาม มีซากเมืองเก่าอยู่แห่งหนึ่งในท้องที่ตำบลเชียงดาวปัจจุบัน นั่นคือ บริเวณที่เรียกว่า  คือสองชั้น (คูสองชั้น) อยู่ทางทิศตะวันตกของถนนโชตนา      สายฝาง-เชียงใหม่ ติดกับหมู่บ้านดงเทวีปัจจุบันนี้   พื้นที่ซากเวียงเก่านี้  ชาวบ้านก่อน ๆ เรียกกันว่า เวียงฮ่อ ความจริงแล้วในอาณาจักรคนไทยย่อมไม่มีชนชาติอื่นใดมาตั้งบ้านเมือง  เป็นอิสระเอกเทศได้ และอีกประการหนึ่ง เวียงเก่าที่ เรียกว่า เวียงฮ่อ

                หมู่บ้านดงเทวี มีวัดร้างที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ที่ชื่อ “ วัดใจ(ดงเทวี) ” เป็นวัดเก่าแก่โบราณ     ก้อนอิฐที่ใช้ก่อกำแพงวัดโต และหนามากแข็งแกร่งกว่าอิฐดินเผาในปัจจุบัน ซากเจดีย์มีลักษณะเป็นพูนดินทรงกลมโดยเฉพาะปล้องไฉนยอดเจดีย์ที่หักลงมามีลวดลายปูนปั้น พอเห็นได้เป็นกลีบบัว มีลักษณะคล้ายเจดีย์ร้างหลายแห่งที่มีอายุประมาณ 600 – 700 ปีแต่วัดร้างนี้อยู่นอกคูเมืองออกมา  ลักษณะเวียงสองชั้น (คูน้ำสองชั้น) แห่งนี้มีลักษณะพื้นที่ราบกว้างขวางประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร ถ้าเรายืนอยู่ในเวียงเก่านี้จะมองเห็นดอยหลวงสูงเด่นตระหง่านชัดเจน   ด้านหลังเวียงถ้ามองด้านตะวันออกจะเห็น   พื้นที่ลาดเอียงลงไปกว้างขวาง และวัดเก่าที่เรียกว่าวัดใจ(ดงเทวี) ที่ตั้งอยู่นอกเมือง มีกำแพงเมืองลักษณะคันดินพูนขึ้นสูงเป็นสองชั้นรอบตัวเมือง โดยคันดินที่เป็นกำแพงชั้นในสูงกว่าชั้นนอกคูระหว่างกำแพงลึกกว่าคูที่ตั้งอยู่หน้ากำแพง มูลดินชั้นนอก แต่เท่าที่ได้ไป   เดินดูโดยไม่ละเอียดนักเป็นกำแพงมูลดินสูงขึ้นไม่มีซากอิฐผสม จึงเป็นลักษณะตัวเมืองเก่าแก่โบราณที่เป็น    เมืองเล็กไม่ใช่เมืองใหญ่ ตัวเมืองลักษณะสี่เหลี่ยม แต่แปลกที่ไม่มีประตูเมือง     ทางคนเดิน เข้าออกตัวเมืองเก่า ในปัจจุบันนี้เป็นทางที่ชาวบ้านเข้าไปบุกเบิกทำไร่  ทำสวน  โดยขุดเจาะกำแพงดิน   เข้าไปเองในไม่กี่ปีนี้                

อย่างไรก็ตามกำแพงดินสองชั้นนี้ มีที่เข้าออกตรงมุมเมือง และมีลักษณะเป็นกำแพงดินยื่นทำเป็นปีกกา             ขยายออกมา จากการได้พบเศษวัตถุโบราณ  เช่น พระเครื่องดินเผา มีลักษณะเนื้อดินหยาบแกร่ง  ไม่ละเอียดเหมือนสกุลลำพูน แต่ลักษณะหยาบแกร่งคล้ายพระกรุวัดดอยคำเชียงใหม่  จากการพบเห็นแจกัน  และคนโทดินเผาเนื้อดินเคลือบหยาบ พออนุมานได้ว่าเป็นยุคเชียงใหม่ โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่พบที่บ้านโป่งอาง  เป็นศิลปเชียงใหม่ ศิลปสุโขทัย จึงทำให้มั่นใจว่าอย่างน้อยที่สุดเมืองเก่าต่าง ๆในอำเภอเชียงดาวต้องเป็นเมือง สร้างขึ้นในสมัย 600–700 ปี เพราะสมัยนั้นพระเจ้าเม็งรายตีหัวเมืองต่าง ๆ ในพม่า และไทยใหญ่ มาเป็นเมืองขึ้นมากมายหลายเมือง เข้าใจว่าพระองค์คงจะสร้างเมืองต่าง ๆ ตามชายแดนแคว้นลานนาไว้เพื่อป้องกันข้าศึกต่างชาติมากกว่า และอีกประการหนึ่งเป็นการสร้างแปงเมืองให้ผู้คนขยับขยายกันเข้าอยู่อาศัยให้เป็นอาณาจักรใหญ่ขึ้น  ซึ่งพงศาวดารกล่าวถึงเมืองคองและเมืองเชียงดาวไว้ในสมัยพระเจ้าแสนภู พระราชโอรสเจ้าพระยาไชยสงครามว่า เมืองคองขึ้นกับแคว้นเมืองเชียงแสน ซึ่งในขณะนั้นเมืองเล็กเมืองน้อยขึ้นกับเมืองเชียงแสนถึง 65หัวเมือง รวมทั้งเมืองเชียงดาวด้วย

                ที่ตั้งของเวียงเก่าที่ชาวบ้านเรียกกันว่า คูสองชั้น เป็นตัวเวียงตั้งบนที่ราบ และสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ๆ เมื่อยืนอยู่ในตัวเวียงเก่านี้ สามารถมองเห็นที่ราบลุ่มโดยรอบได้ถนัด เป็นชัยภูมิที่ดีมากในการตั้งเมือง ทางด้านหน้า   ห่างจากกำแพงเมืองภายในอกออกไปประมาณ 1 กม. จะมีวัดเก่าสร้างไว้กว้างขวางมาก ได้ไปเดินดูแนวกำแพงวัด     ยาวเหยียด บริเวณวัดกินเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ สอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ความว่าเป็นวัดร้างเก่าแก่   และกว้างขวางมาก ก่อน ๆ มาไม่มีใครกล้าทำอะไร เช่น ทำไร่ ทำสวน แต่เดี๋ยวนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เป็นสำนักปฏิบัติวิปัสสนา กัมมัฎฐานฝ่ายธรรมยุตินิกาย บริเวณในตัวเวียงเก่า มีผู้คนจับจองทำไร่ทำสวนกันหมดแล้ว กำแพง     ถูกเจาะขุดเอาดินไปขายหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม น่าจะรักษาแนวกำแพงไว้ให้ดีเพื่อเป็นหลักฐาน ที่จะศึกษาค้นคว้าและเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ต่อไป

สภาพทั่วไปของอำเภอเชียงดาว

ลักษณะทางภูมิประเทศ

                บริเวณอำเภอเชียงดาว ตั้งอยู่บริเวณที่ราบแคบ ๆ ของริมแม่น้ำปิง โดยมีทางหลวงสาย     เชียงใหม่ – ฝาง หมายเลข 107 ตัดผ่านขนานตามแนวยาวเหนือใต้ บริเวณพื้นที่ราบมีความกว้างประมาณ              4  กิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 48 ตารางกิโลเมตร มีความแตกต่างของความสูงอยู่ในช่วง 300 – 400 เมตร ของระดับน้ำทะเลปานกลาง  ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำบลเชียงดาว ส่วนที่ตั้งของตำบลแม่นะ ตำบลเมืองงาย ตำบล       ทุ่งข้าวพวง ตำบลปิงโค้ง ตำบลเมืองนะ และตำบลเมืองคอง เป็นบริเวณป่าไม้ภูเขาสูงเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะตำบลเมืองคอง   มีความสูงเฉลี่ยเกิน 1,000  เมตร ของระดับน้ำทะเลปานกลาง  สำหรับเทือกเขาในเขตพื้นที่  อำเภอเชียงดาว   มีหลายเทือกเขา  เช่น  ดอยหลวงเชียงดาวสูง   2,175   เมตร  ของระดับน้ำทะเลปานกลาง       ดอนสันคมพร้า สูง 1,443 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง  ดอยสามเส้า สูง 1,045 เมตร  ดอยผาเอื้อง สูง 1,242 เมตร         ดอยขุนแม่ระงอ   สูง 1,1193 เมตร  ดอยจอมหด สูง 1,154 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง

 

 

 

สภาพภูมิอากาศโดยทั่ว­ไป

                                ในท้องที่อำเภอเชียงดาว มี 3 ฤดูกาล ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงกันยายน เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกมากที่สุด ฤดูหนาวมีช่วงระยะเวลายาวนานมาก คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนฤดูร้อน        จะร้อนมากในเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน แต่สภาพอากาศไม่ร้อนมากนัก อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 27 องศาเซลเซียส

                ที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเชียงดาวตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 399 หมู่ที่ 6       ถนนเชียงใหม่ – ฝาง  ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่  รหัสไปรษณีย์ 50170  อยู่ตอนบนของจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ  72  กิโลเมตร พิกัด   MB 963413  

พื้นที่

                มีพื้นที่ประมาณ  2,169  ตารางกิโลเมตร   หรือประมาณ  1,355,625  ไร่ 

อาณาเขต

                                ทิศเหนือ                ติดต่ออำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ และชายแดนด้านเมืองหลวงของ   

                                                       รัฐฉานของประเทศพม่า

                                ทิศใต้                      ติดต่ออำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

                                ทิศตะวันออก       ติดต่ออำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

                                ทิศตะวันตก          ติดต่ออำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย   จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ลำน้ำสำคัญ

1.  แม่น้ำปิง   ต้นกำเนิดจากบริเวณดอยถ้วย ชายแดนไทย-พม่า ท้องที่ตำบลเมืองนะ ไหลผ่านตำบลเมืองนะ ตำบลเมืองงาย ตำบลปิงโค้ง และตำบลแม่นะ แล้วไหลไปสู่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ รวมความยาวที่ไหลผ่านพื้นที่อำเภอเชียงดาวประมาณ  97 กิโลเมตร

          2.  แม่น้ำแม่แตง   ต้นกำเนิดจากบริเวณดอยถ้ำป่อง และดอยหลักแต่งชายแดนไทย-พม่า            ในท้องที่ตำบลเปียงหลวง  อำเภอเวียงแหง  ไหลผ่านตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว  แล้วไหลสู่เขตอำเภอแม่แตง รวมความยาวที่ไหลผ่านตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว ประมาณ 35 กิโลเมตร

          3.  ห้วยแม่ก๊ะ  ต้นกำเนิดในท้องที่ตำบลเมืองงาย แล้วไหลสู่แม่น้ำปิง พื้นที่ได้รับประโยชน์      ในการเพาะปลูก มีหมู่ที่ 4 , 5 , 6 , 7 , 8 และหมู่ที่ 1 ตำบลแม่นะ

       4.  ห้วยแม่งาย ต้นกำเนิดในท้องที่ตำบลเมืองงาย แล้วไหลสู่แม่น้ำปิง พื้นที่ได้รับประโยชน์    หมู่ที่ 5 , 6  และหมู่ที่  7  ตำบลเมืองงาย

             5.  ห้วยแม่แมะ ต้นกำเนิดในท้องที่ตำบลเมืองงาย แล้วไหลสู่แม่น้ำปิง พื้นที่ได้รับประโยชน์    หมู่ที่ 1, 2 , 3 , 4 , 5 และหมู่ที่  6  ตำบลแม่นะ

6.  ห้วยน้ำซุ้ม ต้นกำเนิดในท้องที่ตำบลเมืองนะ แล้วไหลสู่แม่น้ำปิง พื้นที่ได้รับประโยชน์       หมู่ที่ 3 , 4   และหมู่ที่ 7 ตำบลเมืองนะ

ทรัพยากรธรรมชาติ

                ป่าไม้สักและป่าไม้เบญจพรรณมีอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมาก ส่วนไม้สักมีมากในท้องที่ตำบล    เมืองคอง  ตำบลปิงโค้ง  ตำบลเมืองนะ ซึ่งมีการทำไม้สัก และไม้กระยาเลยมากที่สุด

การคมนาคม

                                การคมนาคมระหว่างอำเภอเชียงดาวและจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ได้ทั้ง  2  ทางคือ ทางบก ทางน้ำ  

                                ทางบก  ติดต่อกับจังหวัดเชียงใหม่ ใช้ถนนสายเชียงใหม่-ฝาง  เป็นถนนลาดยางแอลฟัลท์       ผ่านเขตอำเภอแม่แตง และอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง  72  กิโลเมตร

                                ทางน้ำ ติดต่อกับจังหวัดเชียงใหม่ใช้ลำน้ำปิง แต่ภาคเหนือเราไม่นิยม ใช้เพราะน้ำไหลเชี่ยวและ  ลำน้ำคดเคี้ยว น่ากลัว อันตราย ช้าเสียเวลา หน้าแล้ง น้ำแห้ง

                                การคมนาคม แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการติดต่อกับต่างอำเภอ จังหวัด เป็นการติดต่อกับภายนอก ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเป็นการคมนาคมติดต่อภายในระหว่างอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน

                                การคมนาคมภายในอำเภอ   ระหว่างอำเภอกับตำบลเมืองนะ ใช้ได้ทุกฤดูกาล 1 สาย ซึ่งจัดสร้างทางโดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 เชียงใหม่ กรป.กลาง ตั้งแต่แยกจากถนนสายเชียงใหม่-ฝาง ผ่านตำบล      เมืองงาย ถึงตำบลเมืองนะ ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร สภาพถนนลาดยางการคมนาคมระหว่างอำเภอกับอำเภอเวียงแหง  ใช้ถนนสายเมืองงาย-เมืองแหง จัดสร้างโดย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 เชียงใหม่ กรป.กลาง ตั้งแต่แยกจากถนนสายเมืองงาย  ถึงเมืองนะ เป็นระยะทางยาวประมาณ 52 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นถนนลาดยางใช้ได้ดีทุกฤดูกาล  การคมนาคมระหว่างอำเภอกับตำบลเมืองคอง สำหรับตำบลเมืองคอง มีถนนเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กตามแบบมาตรฐานกรมโยธาธิการ ใช้ได้ดี ทุกฤดูกาล ระยะทางประมาณ 43 กิโลเมตรการคมนาคมระหว่างอำเภอกับตำบลปิงโค้ง ใช้ถนนสายเชียงใหม่-ฝาง และเชียงดาว-พร้าว โดยแยกจากถนนใหญ่ เชียงใหม่-ฝาง ตรง กม.82 หมู่ที่ 2 ตำบลปิงโค้ง  ไปทางทิศตะวันออก ผ่านบ้าน หมู่ที่ 3 , 4  ตำบลปิงโค้งถึงเส้นแบ่งเขต ระหว่างอำเภอเชียงดาว กับอำเภอพร้าว   ประมาณ  15   กิโลเมตร  ถึงอำเภอพร้าวประมาณ 32 กิโลเมตร ถนนสายนี้เป็นทางหลวงแผ่นดินสภาพเป็นถนนลาดยาง ใช้ได้ดีทุกฤดูกาล

                                การติดต่อกับภายนอก  ระหว่างอำเภอ กับจังหวัดเชียงใหม่ และต่างจังหวัด ใช้การคมนาคมทางรถยนต์  โดยเส้นทางสายเชียงใหม่ – ฝาง ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107 ผ่านเขตอำเภอแม่แตง อำเภอ      แม่ริมระยะทางจากหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงดาว ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ  72  กิโลเมตร จากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 1 (ช้างเผือก) วิ่งผ่านอำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอเชียงดาวสายหนึ่งแยกเป็น พร้าว     อีกสายหนึ่งไปอำเภอฝาง อำเภอแม่อาย สิ้นสุดที่ท่าตอน อัตราค่าโดยสารจากเชียงใหม่ – เชียงดาว  40  บาท/คน/เที่ยว นอกจากนี้ยังมีรถยนต์โดยสารเล็กสองแถว (สี่ล้อ) และรถโดยสารปรับอากาศวิ่งผ่าน นอกจากนี้ยังมีรถโดยสาร (รถดาวทอง) ที่วิ่งจากสถานีขนส่งฯ ถึงอำเภอเวียงแหงอีก วันละ 4 เที่ยวอีกด้วย โดยจะแวะจอดที่ท่ารถบริเวณ บ้านดอน หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงดาว  และใช้เส้นทางสายเมืองงาย – แม่จา

                                การติดต่อระหว่างอำเภอเชียงดาว กับอำเภอเวียงแหง ใช้เส้นทางสายเมืองงาย – แม่จา เส้นทางจากเชียงดาว   ถึงเวียงแหงระยะทางประมาณ 82 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นถนนลาดยางจนสุดเส้นทางถึงเวียงแหง  มีรถโดยสารประจำทาง 1 สาย (รถดาวทอง) ออกวิ่งวันละ 4 เที่ยว (ไป 4 กลับ 4)  โดยจะเริ่มจากท่ารถดาวทอง บ้านดอน หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงดาว

เขตการปกครอง

          การปกครองตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ แบ่งการปกครองออกเป็นตำบล  83 หมู่บ้าน   เป็นหมู่บ้าน อพป.  24  หมู่บ้าน

1.  ตำบลเชียงดาว  มี    16    หมู่บ้าน  ได้แก่

                1.  บ้านทุ่งละคร                  2.  บ้านดอน                         3.  บ้านม่วงฆ้อง                 4.  บ้านวังจ๊อม

                5.  บ้านถ้ำ                             6.  บ้านเชียงดาว                 7.  บ้านดง                            8.  บ้านแม่ก๊ะ

                9.  บ้านทุ่งหลุก                   10. บ้านนาเลา                     11. บ้านแม่เตาะ                  12. บ้านโรงวัว

                13. บ้านทุ่งดินแดง             14. บ้านหัวทุ่ง                     15. บ้านศรีสะอาด              16. บ้านผาลาย

    หมายเหตุ  หมู่ที่  4 ,6, 7, 8 , 13 เป็นเขตเทศบาลเชียงดาว และ หมู่ที่  10  บ้านนาเลา เป็นหมู่บ้านชาวเขา

2.  ตำบลแม่นะ     มี    13    หมู่บ้าน   ได้แก่

                1.  บ้านป่าบง                       2.  บ้านแม่นะ                      3.  บ้านจอมคีรี                    4.  บ้านห้วยโจ้

                5.  บ้านแม่ยะ                       6.  บ้านสบคาบ                    7.  บ้านสบอ้อ                      8.  บ้านแม่อ้อใน

                9.  บ้านปางมะโอ               10. บ้านแก่งปันเต๊า            11. บ้านแม่แมะ                  12. บ้านปางโฮ้ง

                13. บ้ายแม่ซ้าย

      หมายเหตุ  หมู่ที่  3, 9, 11 และ 12 มีชาวเขาเผ่ามูเซอ และกะเหรี่ยงรวมอยู่ด้วย

3.  ตำบลปิงโค้ง  มี    16    หมู่บ้าน  ได้แก่

                1.  บ้านออน                         2.  บ้านปางเฟือง                                3.  บ้านแม่ป๋าม                    4.  บ้านปางมะเยา

                5.  บ้านไตรสภาวคาม        6.  บ้านหัวโท                      7.  บ้านห้วยลึก                    8.  บ้านปางโม่

                9.  บ้านห้วยจะค่าน            10. บ้านใหม่สามัคคี           11. บ้านปางมะกง              12. บ้านแม่มะกู้

                13. บ้านปิงโค้ง                    14. บ้านป่าตึงงาม               15. บ้านหนองเต่า               16. บ้านห้วยน้ำริน

      หมายเหตุ  หมู่ที่  1  มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงรวมอยู่ด้วย,  หมู่ที่  6  มีชาวเขาเผ่ามูเซอรวมอยู่ด้วย และหมู่ที่  7 

          เป็นชาวเขาเผ่าแม้วทั้งหมู่บ้าน นอกจากนี้ ตำบลนี้มีพื้นที่ติดต่อกับเขตอำเภอพร้าวและอำเภอฝาง

          (หมู่ที่ 3, 7  เป็นหมู่บ้าน  อพป.)

4.  ตำบลเมืองงาย  มี    11    หมู่บ้าน  ได้แก่

                1.  บ้านเมืองงายเหนือ       2.  บ้านเมืองงายใต้             3.  บ้านใหม่                         4.  บ้านแม่ข้อน

                5.  บ้านสบงาย                     6.  บ้านหนองขะแตะ        7.  บ้านขุนข้อน                   8.  บ้านสหกรณ์

                9.  บ้านม่วงโง้ม                  10. บ้านสัน                          11. บ้านหนองบัว

      หมายเหตุ  หมู่ที่  6  เป็นชาวเขาเผ่าลีซอ และหมูที่  7 เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอและกะเหรี่ยง

 

5.  ตำบลทุ่งข้าวพวง  มี      7    หมู่บ้าน  ได้แก่

                1.  บ้านห้วยเป้า                   2.  บ้านแม่ก๋อน                   3.  บ้านทุ่งข้าวพวง             4.  บ้านแม่จา

                5.  บ้านห้วยทรายขาว         6.  บ้านขุนคอง                    7.  บ้านห้วยตีนตั่ง

 หมายเหตุ  หมู่ที่ 2 มีชาวเขาเผ่ามูเซอรวมอยู่ด้วย และหมู่ที่ 6 เป็นขาวเขาเผ่าลีซอ (หมู่ที่ 2, 3, 6 เป็นหมู่บ้าน อพป.)  

 

6.  ตำบลเมืองนะ  มี    14    หมู่บ้าน(เป็นหมู่บ้าน อพป.ทั้งหมด)  ได้แก่

                1.  บ้านเมืองนะ                  2.  บ้านแกน้อย                    3.  บ้านนาหวาย                  4.  บ้านโล๊ะป่าหาญ

                5.  บ้านโป่งอาง                   6.  บ้านน้ำรู                          7.  บ้านห้วยใส้                    8.  บ้านจองคำ

                9.  บ้านไชยา                        10. บ้านอรุโณทัย                11. บ้านหนองแขม            12. บ้านหนองเขียว

                13. บ้านเจียจันทร์               14. บ้านใหม่สามัคคี

      หมายเหตุ  หมู่ที่  8 ,  9 , 10   เป็นหมู่บ้านอดีตทหารจีนคณะชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2531

                        และหมู่ที่  2  เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอ

 

7.  ตำบลเมืองคอง  มี      6    หมู่บ้าน ได้แก่

                1.  บ้านใหม่                         2.  บ้านวังมะริว                  3.  บ้านหนองบัว                                4.  บ้านหลวง

                5.  บ้านน้ำรู                          6.  บ้านแม่แพลม

      หมายเหตุ  หมู่ที่ 1 เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง   หมู่ที่  3 มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงรวมอยู่ด้วย  และหมู่ที่  5 , 6

                          เป็นชาวเขาเผ่าลีซอ (หมู่ที่  1 – 4  เป็นหมู่บ้าน อพป.)

 

ข้อมูลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น               

เทศบาลตำบล  6  แห่ง   คือ

1.             เทศบาลตำบลเชียงดาว

2.             เทศบาลตำบลเมืองงาย

3.             เทศบาลตำบลพระธาตุปู่ก่ำ

4.             เทศบาลตำบลปิงโค้ง

5.             เทศบาลตำบลเมืองนะ 

6.             เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง

องค์การบริหารส่วนตำบล  3  แห่ง  คือ  

1.             องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงดาว    

2.             องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นะ               

3.             องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองคอง   

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลประชากร

                                อำเภอเชียงดาว มีจำนวนประชากร ทั้งหมดจำนวน  81,291  คน   แยกเป็นชาย  41,044  คน  
หญิง 40,247 คน  จำนวนครัวเรือน  27,414  ครัวเรือน  โดยแยกเป็นตำบล  ดังนี้  (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2553)

ลำดับ

ตำบล

ชาย(คน)

หญิง(คน)

รวม (คน)

ครัวเรือน

1

เทศบาลตำบลเชียงดาว

2,114

2,269

4,383

1,815

2

เทศบาลตำบลเมืองงาย

1,945

2,072

4,017

1,625

2

เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง

4,147

3,934

8,081

2,614

4

เทศบาลตำบลปิงโค้ง

6,213

5,162

11,375

3,523

5

เทศบาลตำบลเมืองนะ

13,673

13,707

27,380

7,429

6

เทศบาลตำบลพระธาตุปู่ก่ำ

1,128

1,104

2,232

922

7

องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงดาว

5,163

5,216

10,379

4,383

8

องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นะ

4,698

4,842

9,540

3,785

9

องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองคอง

1,963

1,941

3,904

1,318

รวมทั้งหมด

41,044

40,247

81,291

27,414

 

ข้อมูลการศึกษา

                ประชากรส่วนใหญ่ของอำเภอเชียงดาว มีการศึกษาอยู่ในระดับต่ำ ส่วนมากจะมีการศึกษาระดับประถมศึกษาที่ 4 ปัจจุบันอำเภอเชียงดาว ได้จัดให้มีการศึกษาทั้ง 2 ทาง คือ การจัดให้มีการศึกษาในระบบโรงเรียนและการจัดให้มีการศึกษานอกระบบโรงเรียน เช่น การจัดการศึกษาเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน วปณ.                 กลุ่มสนใจ ตลอดจนจัดให้มีที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน จนถึงปัจจุบันอำเภอเชียงดาว ได้รับการยอมรับว่าปลอดผู้ไม่รู้หนังสือ  จำนวน 12  กองเนตรนารี  มี  1  กอง  ห้องสมุดประจำอำเภอ   1   แห่ง

                1. สถานศึกษาระดับประถมและ มัธยมของรัฐและเอกชน

                                1.1 โรงเรียนระดับประถมสังกัด  สพฐ.                                        จำนวน    48   แห่ง

                                1.2 โรงเรียนระดับประถม - มัธยมเอกชน                                                   จำนวน    2     แห่ง

                                1.3 โรงเรียนอนุบาลเอกชน                                                              จำนวน    3     แห่ง

                                1.4 โรงเรียนระดับมัธยมสังกัด  สพฐ.                                           จำนวน    3     แห่ง

                                1.5 โรงเรียน ตชด.                                                                             จำนวน    2     แห่ง

                2. การจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียน

                                2.1 หลักสูตรประกาศนียบัตรอาชีพ                                                จำนวน     1    ห้อง

                                2.2 เบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน                                                                    จำนวน     2    ห้อง

                                2.3 การศึกษาทางวิทยุและไปรษณีย์ระดับ 3,4,5                         จำนวน     12   กลุ่ม

                                2.4 กลุ่มสนใจ/วิชาชีพ                                                                       จำนวน     18   กลุ่ม

                                2.5 ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน                                          จำนวน     83   แห่ง

 

ข้อมูลศาสนา

1.                 จำนวนวัด                                                                                               12                  วัด

2.                 สำนักสงฆ์                                                                                             54                 แห่ง

3.                 โบสถ์คริสต์                                                                               35               แห่ง

4.                 วัดร้าง                                                                                                      61                 วัด

5.                 ศาลเจ้า                                                                                         5               แห่ง

6.                 มัสยิด                                                                                           1              แห่ง

7.                 พระภิกษุ                                                                                                 94                 รูป

8.                 สามเณร                                                                                                 178                 รูป

9.                 พุทธศาสนิกชน                                                                           66,638                  คน

10.          โรงเรียนพระปริยัติธรรม                                                       1                                แห่ง

11.          ศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์                                                           3                            แห่ง

12.          หน่วย อปต.                                                                                                7                            แห่ง

13.          คริสต์ศาสนิกชน                                                                              5,182                            คน

14.          อิสลามนิกชน                                                                                         742                             คน

15.          ศาสนาพราหมณ์ , ฮินดู , ซิกข์ และอื่น ๆ                                 1,480                        คน

16.          โบราณสถาน (วัดถ้ำเชียงดาว)                                                               1                            แห่ง

ข้อมูลด้านสาธารณสุข

                1)  โรงพยาบาลขนาด   60  เตียง                                                    จำนวน     1    แห่ง

                2)  สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ                                                      จำนวน     1    แห่ง

                3)  สถานีอนามัยประจำตำบล,หมู่บ้าน                                       จำนวน    16    แห่ง

                4)  สำนักงานส่วนมาลาเรีย                                                            จำนวน     1    แห่ง

                5)  สถานพยาบาลของเอกชน (คลินิค)                                        จำนวน     5    แห่ง        

                6)  ร้านขายยาแผนปัจจุบัน                                                              จำนวน     7    แห่ง

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

                สภาพทางเศรษฐกิจโดยส่วนรวมของอำเภอเชียงดาว ขึ้นอยู่กับภาวะทางการเกษตร ประชาชน       ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม  ค้าขาย ร้อยละและอื่น ๆ ร้อยละ 7 เศรษฐกิจ        ของอำเภอจะดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลผลิตทางการเกษตร/ราคา เป็นสำคัญ ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวเหนียว ถั่วเหลือง กระเทียม ยาสูบ ถั่วลิสง งา มะม่วง ลิ้นจี่ และกล้วย เป็นต้น ส่วนการเลี้ยงสัตว์นั้น        จะเป็นการเลี้ยงภายในครอบครัว และเพื่อไว้ใช้ในการเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ เช่น โค กระบือ นอกนั้นเป็นสุกร    ไก่พันธุ์พื้นเมือง   เป็ด  ราษฎรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน รายได้เฉลี่ย  41,942  บาท /คน / ปี

 

ที่

ตำบล

จำนวนโรงงานอุตสาหกรรม (แห่ง)

       1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

ทุ่งข้าวพวง

เชียงดาว

เชียงดาว

เชียงดาว

เชียงดาว

เชียงดาว

เมืองงาย

เมืองงาย

เมืองงาย

เมืองงาย

แม่นะ

เมืองนะ

เมืองนะ

โรงงานแปรรูปอาหารกระป๋อง 1 แห่ง

ศูนย์ซ่อมรถยนต์โตโยต้า 1 แห่ง

โรงงานซีเมนต์บล๊อค 1 แห่ง

โรงบ่มใบยา 2 แห่ง

โรงงานย้อมสีด้าย 1 แห่ง

โรงสีข้าวขนาดกลาง 3 แห่ง

โรงเลื่อยไม้ 1 แห่ง

โรงบ่มใบยา 1 แห่ง

โรงงานอุตสาหกรรมผงธูป 1 แห่ง

โรงสีข้าวขนาดกลาง 3 แห่ง

โรงสีข้าวขนาดกลาง 3 แห่ง

โรงงานธนชาติอุตสาหกรรมผงธูป 1 แห่ง

โรงสีข้าวขนาดกลาง 2 แห่ง

การอุตสาหกรรม  มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตดำเนินการและประกอบการ จำนวน 21 แห่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ที่มา - สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด

                                แรงงาน   ตลาดแรงงานในอำเภอส่วนใหญ่เป็นแรงงานเพื่อการเกษตรกรรม จะมีการว่าจ้างแรงงานตามฤดูกาลผลิตและรับจ้าง อัตราค่าแรงวันละ 170  บาท

                                การพาณิชย์   การค้าขายในอำเภอมีร้านจำหน่ายสินค้าประเภทอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภค บริโภคประมาณ 38 ร้าน นอกนั้นเป็นร้านค้าขายของชำเล็ก ๆ น้อย  ๆ ประมาณ 362 ร้าน แหล่งการค้าที่สำคัญ คือ บริเวณตลาดสดในเขตสุขาภิบาลเชียงดาว บริเวณตลาดเมืองงาย และบริเวณตลาดบ้านแม่นะ ส่วนการซื้อขายสินค้าทางด้านการเกษตรกรรม มีแหล่งรับซื้อในบริเวณตลาดสดในเขตสุขาภิบาลเชียงดาว และตลาดบ้านวังจ๊อม โดยมีพ่อค้าจากจังหวัดเชียงใหม่มารับซื้อ                                                                                         

                                สหกรณ์     อำเภอเชียงดาว มีกลุ่มสหกรณ์การเกษตร 3 กลุ่ม คือ

1.             สหกรณ์ของ กรป.กลาง

2.             สหกรณ์ของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน

3.             สหกรณ์การเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์                                                                     

                ธนาคาร  อำเภอเชียงดาวมี ธนาคาร 3 แห่ง คือ

1.             ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาเชียงดาว

2.             ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเชียงดาว

3.             ธนาคารออมสิน  สาขาเชียงดาว

ข้อมูลส่วนราชการส่วนภูมิภาค/ส่วนกลางประจำอำเภอเชียงดาว


1.             ที่ทำการปกครองอำเภอเชียงดาว

2.             สำนักงานท้องถิ่นอำเภอเชียงดาว 

3.             สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเชียงดาว

4.             สำนักงานสัสดีอำเภอเชียงดาว

5.             สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเชียงดาว

6.             สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงดาว

7.             สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเชียงดาว

8.             สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอเชียงดาว

9.             สำนักงานสรรพากรพื้นที่เชียงดาว

10.      สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงดาว

11.      ด่านศุลกากรเชียงดาว

12.      สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว

13.      สถานีตำรวจภูธรนาหวาย

14.      หน่วยป้องกัน  รักษาป่าที่ ชม.5 (ปิงโค้ง)

15.      หน่วยป้องกัน  รักษาป่าที่ ชม.9 (แม่นะ)

16.      เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว

17.      อุทยานแห่งชาติผาแดง

18.      อุทยานแห่งชาติศรีลานนา

19.      หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน

20.      หน่วยจัดการต้นน้ำขุนคอง

21.      หน่วยจัดการต้นน้ำผาแดง

22.      หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง

23.      กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 335

24.      กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 7

25.      หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 5

26.      หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่  32

27.      ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

28.      โรงพยาบาลอำเภอเชียงดาว

29.      สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาเชียงดาว

30.      สำนักงานประมงอำเภอเชียงดาว


ข้อมูลการเกษตร

                                อำเภอเชียงดาวมีเนื้อที่เกษตรกรรมทั้งสิ้น 101,077.50 ไร่ ครอบครัวเกษตรจำนวน 10,094  ครอบครัว สภาพการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญแยกได้ ดังนี้

 

ลำดับ

พืชเศรษฐกิจ

พืชที่ปลูก (ไร่)

1

2

3

4

5

     ข้าวนาปี

     พืชไร่

     พืชผัก

     ไม้ผล

     อื่นๆ (ถ้ามี)

11,237

33,557

8,050

45,186

5,000

                - สถาบันเกษตรกร

                1) กลุ่มเกษตรกร                 จำนวน   9   กลุ่ม                                สมาชิก  2,967  ราย

                2) กลุ่มแม่บ้านเกษตร        จำนวน   19  กลุ่ม                                สมาชิก    508   ราย

                3) กลุ่มยุวเกษตร                 จำนวน   9   กลุ่ม                                สมาชิก    242   ราย

                รวม                                        จำนวน  37 กลุ่ม                                 สมาชิก  3,717  ราย

               

- การปศุสัตว์

                ข้อมูลสัตว์เลี้ยง

สัตว์ที่เลี้ยง

จำนวน (ตัว)

โคพื้นเมือง

กระบือ

สุกร

ไก่พื้นเมือง

เป็ดเทศ

8,555

1,894

18,243

126,007

5,500

ข้อมูลสาธารณูปโภค

                                การประปา  อำเภอเชียงดาว มีบริการด้านการประปา เฉพาะในเขตเทศบาลเชียงดาว โดยให้บริการแก่              ผู้อยู่อาศัยในเขตเทศบาล  มีกำลังการผลิตน้ำประปาประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตร

                การไฟฟ้า   เป็นการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแก่ราษฎรในตำบล หมู่ที่ 5 , 6   ตำบลเมืองคอง ใช้ไฟฟ้าโซลาร์เซลล์         

การสื่อสาร   มีบริการไปรษณีย์อนุญาตเอกชนเพิ่มอีก 7 แห่ง ที่ตำบลเมืองงาย ทุ่งข้าวพวง เมืองนะ

เมืองคอง ปิงโค้ง แม่นะ และบ้านอรุโณทัย สำหรับการบริการด้านโทรศัพท์ ปัจจุบันองค์การโทรศัพท์ได้ติดตั้งบริการโทรศัพท์ให้แก่ประชาชนตามจุด

ยุทธ์ศาสตร์และแผนพัฒนาอำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่

1.  ด้านเศรษฐกิจโครงสร้างพื้นฐาน

1.             ส่งเสริมการเกษตรครบวงจรในด้านการผลิต  การตลาด  แปรรูปผลผลิต โดยใช้ชุมชนมีส่วนร่วม

2.             จัดระบบการคมนาคมขนส่งมวลชนในชุมชนระดับหมู่บ้าน / ตำบล

3.             ขยายพื้นที่การให้บริการด้านการสื่อสาร

4.             พัฒนาด้านการตลาดของชุมชน โดยการรวมกลุ่มในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายเพื่อให้  พึ่งตนเองได้

5.             เพิ่มศักยภาพในการค้าขายตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน

6.             สนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

7.             ส่งเสริมให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

 

 

 

  2.  ด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

1.             สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

2.             ปลูกฝังความหวงแหนความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น การมีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย

3.             จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาประชาชนให้มีความพร้อมในการปรับตัวภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์บนพื้นฐานวัฒนธรรมท้องถิ่น

4.             ส่งเสริมให้ใช้วัดเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการสืบทอดศาสนาวัฒนธรรมของท้องถิ่น

5.             ใช้สื่อ เทคโนโลยี และการวิจัยพัฒนาเพื่อแสดงหาวิถีทางที่มีประสิทธิภาพในการศึกษาโดยระบบสื่อสารทางไกลและเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับท้องถิ่น

 

      3. ด้านสุขภาพอนามัย  สวัสดิภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

1.             พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชน

2.             พัฒนาศักยภาพองค์กรท้องถิ่น ในการบริหารการจัดการด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมอย่างระบบ    และต่อเนื่อง

3.             ส่งเสริมความเข้มแข็ง และความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ในด้านสวัสดิการสังคม การมีอาชีพของคนว่างงานและผู้ด้อยโอกาส

 4. ด้านการเมืองการปกครอง

1.             เร่งรัดสร้างระบบการตรวจสอบ

2.             เร่งรัดสนับสนุนการให้ความรู้แก่ประชาชนให้เข้าถึงสิทธิ/หน้าที่ของตนตามระบอบการปกครองในปัจจุบัน

3.             เร่งรัดให้สถาบันการศึกษาทุกประเภท

4.             สนับสนุนให้มีการรณรงค์ และประชาสัมพันธ์ การกระจายอำนาจ

5.             สนับสนุนและส่งเสริมการจัดตั้งเวทีชาวบ้าน ประชาพิจารณ์ เพื่อตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข

6.             เร่งรัดและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งประชาคม

7.             ส่งเสริมให้บทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุน และประสานงาน

5.  ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

1.             เร่งรัดกลไกการบริหารการจัดการทรัพยากรแบะคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ท้องถิ่นจัดการ และบริหารได้ด้วยตนเอง ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย

2.             สนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายการใช้ทรัพยากรรัฐทุกประเภทให้ท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจจัดการทรัพยากรในพื้นที่ภายใต้หลักการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

3.             เร่งรัดให้ความรู้และประสบการณ์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแก่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน

4.              สนับสนุนให้ประชาชนโดยใช้ครัวเรือนเป็นฐานการปฏิบัติงานการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทั้งในเมืองและชนบท

5.             เร่งรัดให้ความรู้การอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้แก่เด็ก และเยาวชน  ประชาชน

6.             สนับสนุนการจัดการของเสียชุมชน เน้นการจัดการมูลฝอยและน้ำเสียโดยเสริมสร้างศักยภาพท้องถิ่นให้ดำเนินการได้เอง

7.             เร่งรัดให้ความรู้การจัดการของเสียหรือมลพิษ การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด/คุ้มค่า  แก่ผู้ประกอบการด้านการเกษตร  ธุรกิจการเกษตร  อุตสาหกรรม  และด้านการบริการทุกรูปแบบ เพื่อลดปริมาณของเสียและมลพิษในสิ่งแวดล้อม      

กลุ่มพลังมวลชน 


1.         ทสพป.            จำนวน      1,049    คน

2.         ลส.ชบ.            จำนวน       1,593   คน

3.         อสป.             จำนวน          24   คน

4.         ยช.อส.           จำนวน    1,593    คน

5.         อพป.              จำนวน        17    หมู่บ้าน

6.         อส.พป.              จำนวน        400     คน                                      


                                                                                     7.   อสป.                 จำนวน      8,274    คน      

โครงการหลวง/โครงการในพระราชดำริ

1.         โครงการหลวงห้วยลึก หมู่ที่ 7 ตำบลปิงโค้ง ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน และการชลประทานให้แก่

ชาวไทยภูเขาเผ่าแม้ว ส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาว มีโครงการวิจัยดอกไม้ พืชผักเมืองหนาว

2.         โครงการหลวงบ้านหนองเขียว – หนองอุก หมู่ที่ 3,10 ตำบลเมืองนะ ทำการพัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตรและ

ปลูกป่าชุมชน สำหรับชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ  ส่วนผลผลิตโครงการหลวงบ้านหนองเขียว – หนองอุก ได้แก่

                      2.1 ไม้ผล      ได้แก่ เสาวรสรับประทานสด อโวคาโด  มะม่วง  มะละกอ เป็นต้น

                      2.2  พืชผัก     ส่งเสริมเกษตรกรปลูกผัก   จำนวน   7   ชนิด  คือ   ฟักทองญี่ปุ่น   คะน้าฮ่องกง – ดอยคำ      ฟักบัตเตอร์นัท  ยอดซาโยเต้   ฟักมะพร้าว   มะเขือม่วงก้านเขียว   และถั่วแขก

                      2.3 ไม้ดอก    ส่งเสริมการผลิตหัวพันธุ์ว่านสี่ทิศ

                      2.4  พืชไร่      ส่งเสริมการปลูกข้าวไร่ งาดำ

                      2.5  ปศุสัตว์   ส่งเสริมการเลี้ยงไก่กระดูกดำ สุกรดอย

                          อื่น ๆ  เช่น    ดอกไม้แห้ง  ไผ่หมาจู

3.         โครงการหลวงบ้านแกน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลเมืองนะ เป็นโครงการเกษตรที่สูง ดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอแดง

4.         โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีจำนวน 3 แห่ง คือ บ้านห้วยจะค่าน หมู่ที่ 6 ตำบลปิงโค้ง บ้านป่าเกี๊ยะ หมู่ที่ 12 ตำบลแม่นะ และที่บ้านแกน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลเมืองนะ ทำการส่งเสริมการปลูกพืชผักสำหรับทำเป็นอาหารกลางวัน ให้แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนซึ่งเป็น      บุตรหลานของชาวเขา รวมทั้งทำการสอนนักเรียนเขาหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมฝึกหัดครู

5.         โครงการฟื้นฟูสภาพป่าอำเภอไชยปราการ (ห้วยจะค่าน)

 

 

 

 

6.         โครงการพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา  ในเขตอำเภอเชียงดาว มีหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา คือ

-                   หน่วยบ้านปางมะโอ                  หมู่ที่ 9                   ตำบลแม่นะ

-                   หน่วยบ้านสันป่าเกี้ยะ                หมู่ที่ 12                ตำบลเแม่นะ

-                   หน่วยบ้านห้วยจะค่าน               หมู่ที่ 6                   ตำบลปิงโค้ง

-                   หน่วยบ้านป่าโหล                       หมู่ที่ 11                 ตำบลแม่นะ

                      งานที่หน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาดำเนินการ คือ ส่งเสริมการเกษตรโดยให้มีการปลูกพืชทดแทนฝิ่นปรับปรุงถนนสำหรับนำสินค้าและผลผลิตนำมาจำหน่าย ดูแลสุขภาพอนามัยของชาวไทยภูเขา โดยให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาต่าง ๆ และการสงเคราะห์

7.         โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ กรมชลประทานได้ดำเนินการสร้างแหล่งน้ำ ตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ         ในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จำนวน  6  แห่ง คือ

1.       สระเก็บน้ำห้วยโป่งขาม                              หมู่ที่ 1   ตำบลเมืองงาย

2.       อ่างเก็บน้ำแก้วดาโดน                                  หมู่ที่ 1                  ตำบลปิงโค้ง

3.       ฝายน้ำล้นแม่ป๋าม                                          หมู่ที่ 3   ตำบลปิงโค้ง

4.       สร้างอาคารระบายน้ำ                               หมู่ที่ตำบลเชียงดาว

5.       อ่างเก็บน้ำแม่ข้อน                                         หมู่ที่ 3   ตำบลเมืองนะ

6.       ฝายน้ำล้นบ้านเมืองนะ (2  แห่ง)              หมู่ที่ 1   ตำบลเมืองนะ

             

8.  โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงห้วยมะเกี๋ยง      ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เพื่อทดลองสาธิตปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ  บนพื้นที่สูง   ทั้งพืชผัก ไม้ดอก  การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า  และไม้เมืองหนาว อีกทั้งเพื่อเป็นแหล่งจ้างงานให้กับราษฎรในหมู่บ้านใกล้เคียง  ด้วยให้สำนักงานบริหารจัดการในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 16 ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงานโครงการฯ  ประกอบด้วย            

              1.  สำนักบริหารจัดการในพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ 16 รับผิดชอบด้านอำนวยการและบริหารโครงการฯ

                2.  สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 1 รับผิดชอบ แผนงานพัฒนาการเกษตรที่สูง

                3.  โครงการพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ รับผิดชอบ แผนงานอนุรักษ์ดินและน้ำ

                4.  ปศุสัตว์จังหวัด  รับผิดชอบ  แผนงานทดลองปศุสัตว์บนที่สูง

                5.  ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเชียงใหม่  รับผิดชอบ  แผนงานศึกษาและวิจัยด้านชลชีววิทยา

                6.  เกษตรจังหวัดเชียงใหม่  รับผิดชอบ  แผนงานฝึกอบรมและส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่บ้านหัวเกี๋ยง

                7.  สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รับผิดชอบ แผนงานทดสอบกัญชง

                8.  โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัด รับผิดชอบ  แผนงานพัฒนาแหล่งน้ำ                                                 9.  กรมการทหารราบที่ 7 กองพันที่รับผิดชอบ  แผนงานประสานการคุ้มครองและป้องกันชุมชน             

ประเ­พณี วัฒนธรรมของชาวอำเภอเชียงดาว

 อำเภอเชียงดาวมีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ที่ยังคงเหลืออยู่  เช่น

                - ประเพณีรดน้ำดำหัว    ซึ่งจะมีในเทศกาลสงกรานต์  ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี เป็นเพณีอันดีงามที่ชาวเหนือได้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา จะมีการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือและกระทั่งคนทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะหนุ่มสาว จะรดน้ำกันอย่างสนุกสนาน และการรดน้ำดำหัว  เป็นการขอโทษขออภัยซึ่งกันและกัน ซึ่งในปีเก่าที่ล่วงพ้นมาอาจได้ล่วงเกิน  ด้วยกาย  วาจา  ใจ  ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งที่จงใจ และไม่ได้จงใจ ประเพณีนี้บางที ที่เรียกว่า  ประเพณีปีใหม่เมือง                         

- ประเพณีเดือนยี่เป็ง หรือประเพณีลอยกระทง ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี ประชาชนเกือบ     ทุกคนจะทำบุญตักบาตรฟังเทศน์ในตอนเช้า และเวลากลางคืนจะการลอยกระทงตามแม่น้ำหรือในสระน้ำใกล้บ้าน  ของตนเองและบางครั้งชาวบ้านจะรวมกลุ่มกันจัดทำกระทงใหญ่ ประดับประดาอย่างสวยงามแห่ประกวดกันแล้ว     นำไหลลอยตามแม่น้ำ

ประเพณีเปรตพลี (เป๋ต๊ะพลี) หรือประเพณี 12 เหนือ ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 10 ของทุกปี โดยประชาชนที่มีญาติพี่น้องของตนที่เสียชีวิตไป จะทำบุญถวายอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติของตน โดยจะทำบุญถวายเครื่องไทยทาน และฟังเทศน์ 1 กัณฑ์ ชื่อว่า “กัณฑ์เปรตพลี” ซึ่งมีจุดประสงค์ว่าในช่วงเดือนเพ็ญเดือน 10 พระเจ้าจะเปิดโลกทั้งสามให้สัตว์โลกทั้งหลายได้ใช้ชีวิตของตนตามอัธยาศัย ดังนั้นญาติพี่น้องของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วจึงรำลึกถึงและทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

                -  วัฒนธรรม ชาวอำเภอเชียงดาวได้รักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของทางภาคเหนือไว้ เช่นเดียวกันกับชาวอำเภออื่นๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ เช่น รับประทานข้าวเหนียว การพูดภาษาพื้นเมืองหรือภาษาเหนือ (คำเมืองและตัวอักษรพื้นเมืองก็ยังมีใช้อยู่ มีการเคารพนับถือผู้สูงอายุอย่างเคร่งครัด ผู้ชายที่สูงอายุทุกคนจะเรียกว่า “พ่อ” ผู้หญิงสูงอายุทุกคนจะเรียกว่า “แม่”สรรพนามเรียก ปู่, ย่า, ตา, ยาย, ว่า “อุ้ย” ความเป็นอยู่ต่าง ๆ  ก็ยังเป็นลักษณะของชาวพื้นเมืองทั่ว ๆ ไป และมีเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

                - ความเชื่อถือ ประชาชนส่วนมากจะนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ยังมีการนับถือผีสางเทวดา และเจ้าทรงกันอยู่ ทั้งนี้เพราะคนบางกลุ่มก็ถือว่าสมัย ปู่ ย่า ตา  ยาย ของตนนับถือมาอย่างไร ก็ต้องถือตามอายุ เชื่อว่าหากได้ถือผีสาง เทวดา เจ้าทรง ตามปู่  ย่า  ตา  ยาย แล้วจะทำให้อยู่สุขสบาย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ชีวิตประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง    ส่วนด้านศาสนา ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ , คริสต์ ,  อิสลาม  และนับถือผีตามลำดับ

 

                                           

สภาพปัญหาของอำเภอเชียงดาว

                ปัญหาด้านการปกครอง โดยท้องที่อำเภอเชียงดาวส่วนใหญ่ เป็นป่าเขาทุรกันดารห่างไกล  การคมนาคม       ไม่สะดวก และมีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  เป็นระยะทาง 45 กิโลเมตร         ทำให้เกิดปัญหาด้านการปกครองขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ซึ่งได้สร้างความ  เดือดร้อนแก่ราษฎร นอกจากนี้ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ มักย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยอันก่อให้เกิดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะบริเวณถิ่นทุรกันดาร และค้ายาเสพติดในไทย

                ปัญหาด้านการคมนาคม   แม้ว่าในปัจจุบันในหมู่บ้านบางแห่ง จะมีถนนลาดยางตัดผ่านแล้ว แต่เนื่องจากพื้นที่ของอำเภอเชียงดาวมีความกว้างขวาง ราษฎรอยู่กระจัดกระจายกัน การติดต่อกับบางหมู่บ้านจะเป็นทางลูกรัง ซึ่งใช้ได้ดีในฤดูแล้งเท่านั้น และมีจำนวนหลายหมู่บ้านที่ในฤดูฝนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้ราษฎรไม่สามารถขนส่งผลผลิตสู่ท้องตลาดได้ทันเวลา และทำให้ราษฎรไม่สามารถรับบริการจากรัฐได้เต็มที่ และยังมีปัญหา คือ ผู้รับจ้างทิ้งงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่ – อ.ฝาง ตอน อ.แม่แตง – ศูนย์ฝึกลูกช้าง ส่วนที่ 2  รวมระยะทางประมาณ 14.340 กิโลเมตร

                ปัญหาในด้านที่ดินทำกิน/การบุกรุกทำลายป่า/สิ่งแวดล้อม   เนื่องจากพื้นที่อำเภอเชียงดาว ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา 

พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  อุทยานแห่งชาติ  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ป่าไม้ถาวร มีประมาณ  3 ใน 4 ของพื้นที่อำเภอ

ทำให้พื้นที่ทำกินของราษฎรในพื้นที่ไม่มากนัก ส่งผลให้ราษฎรบุกรุกทำลายป่าเพื่อใช้เป็นที่ทำกิน  ตลอดจนผลกระทบ

ด้านสิ่งแวดล้อม

                ปัญหาด้านการสาธารณสุข   เนื่องจากพื้นที่ของอำเภอเชียงดาว ด้านตำบลเมืองนะ ติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  เป็นระยะทางยาวประมาณ 45 กิโลเมตร ราษฎรตามแนวชายแดนจึงมักไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ประกอบกับประชาชนของอำเภอ ส่วนหนึ่งเป็นชาวเขา ดังนั้นจึงมักพบโรคมาลาเรีย , โรคทางเดินอาหาร และปัญหาด้านสุขาภิบาลอยู่เป็นเนือง ๆ

                ปัญหาด้านสัญชาติ  คำร้องขอสัญชาติที่อำเภอเชียงดาวรับคำร้องไว้  บางคำร้องต้องแก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากขาดความสมบูรณ์ และที่ผ่านมาได้ดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องเหล่านี้ จึงยังไม่ได้รับคำร้องเพิ่มใหม่

                ปัญหายาเสพติด  เนื่องจากพื้นที่ของอำเภอเชียงดาว ด้านตำบลเมืองนะ ติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพ   เมียนมาร์  เป็นระยะทางยาวประมาณ 45 กิโลเมตร ราษฎรตามแนวชายแดนจึงมักไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ประกอบกับเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดของชนกลุ่มน้อย ทำให้ยาเสพติดทะลักเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเชียงดาว

1.       ดอยหลวงเชียงดาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


                รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวไกลออกไปจนสุดลูกตาทางทิศตะวันตกของตัวอำเภอเชียงดาว จะเห็นเทือกเขายาวเหยียดสลับซับซ้อน        ตั้งตระหง่านอยู่เรียงรายกันตั้งแต่เหนือจรดใต้ มีรูปร่างลักษณะต่าง ๆ และสูงต่ำไม่เท่ากัน แต่มีขุนเขาอยู่ลูกหนึ่ง ตั้งตระหง่านสูงโดดเด่นประหนึ่งจะเสียดยอดแทงทะลุฟ้า ชั่วนาตาปี จะซ่อนยอดอยู่ใน    ปุยเมฆสีขาวสะอาดตา นั้นคือ ดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งนักธรณีวิทยาได้ทำการสำรวจและวัดจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,180 เมตร ตามหลักฐานในแผนที่ประเทศไทย และภายใต้ภูเขาลูกนี้เองมีถ้ำใหญ่น้อยซ่อนเร้นอยู่จำนวนมาก และมีถ้ำหนึ่งใหญ่โตรโหฐาน มีประวัติอันแสนมหัศจรรย์  ด้วยตำนานรักอันเลื่องลือ  ของ  “ เจ้าหลวงคำแดง  ” ราชันย์แห่งอสูรเทพ ทางเข้าไปสู่ถ้ำหลวงเชียงดาวอยู่ทางทิศเหนือของตัวอำเภอระหว่างกิโลเมตรที่ 71 – 72 ถนนสายเชียงใหม่-ฝาง มีป้ายบอกไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จากปากทางแห่งนี้เป็นทางลาดด้วยแอสฟัลต์ยาวประมาณ 5 กม. ก็ถึงบริเวณลานกว้างหน้าถ้ำ ดอยหลวงเชียงดาวเป็นภูเขาที่สูง ลักษณะของยอด      เป็นยอดตัดไม่แหลมเหมือนภูเขาทั่วไป ดูไปคล้ายเป็นภูเขาสูงยอดหักทะลายลงมา มีความสวยงามและมีสีครามเข้ม        ปนเขียวขจีด้วยหมู่พฤกษานานาพันธุ์ขึ้นเขียวชอุ่มตลอดปี แม้บริเวณถ้ำก็ร่มรื่นเยือกเย็น ป่าในเทือกเขานี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าต่าง ๆ นานาชนิด เป็นดอยที่มีสัญลักษณ์ของอำเภอเชียงดาวก็ว่าได้ ดอยอีกลูกหนึ่งติดต่อไปทางทิศเหนือสูงรองลงมาจากดอยหลวงเชียงดาวเรียกว่า  ดอยนาง  ซึ่งมีประวัติเรื่องราวเกี่ยวพันกับดอยหลวงเชียงดาว

การเดินทางมายังสถานที่ท่องเที่ยว เดินทางโดยใช้เส้นทางไปสู่ ตำบลเมืองคอง เข้าไปเส้นทางเดียวกับถ้ำเชียงดาว

ที่ตั้ง ลักษณะเด่นของสถานที่ท่องเที่ยว        สำหรับผู้ที่ชอบการเดินทางแบบเส้นทางป่า สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติอย่างแท้จริง เมื่อถึงยอดดอยจะพบกับอากาศที่เย็นสบาย และบริสุทธิ์ ในตอนกลางวันจะมองเห็นทะเลหมอกได้อย่างชัดเจน และในบางวันที่อุณหภูมิต่ำจะมีเมฆหมอกลอยปกคลุมทั่วไปหมด นอกจากนี้ในช่วงพระอาทิตย์ตกยังเป็นบรรยากาศที่สวยงามยากจะบรรยายได้ ช่วงกลางคืนอากาศจะหนาวเย็นประมาณ 5 – 10 องศาเซลเซียส ต้องก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ตอนเช้าจะมีหมอกเกาะอยู่ตามใบไม้ใบหญ้าสวยงามราวหิมะตก

 

2.  ถ้ำเชียงดาว

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว ผู้ค้นพบสิ่งก่อสร้างและวัตถุโบราณในถ้ำ    เชียงดาวครั้งแรกประมาณ พ. . 2178 หรือประมาณ 366 ปีมาแล้ว หลังจากนั้นบ้านเมืองร้างไป ต่อมามีการค้นพบในครั้ง     หลัง ๆ อีกหลายครั้ง    เมื่อประมาณ   300   ปีก่อน   มีพระภิกษุองค์หนึ่งกับฆราวาสอีกคนหนึ่ง      มีความปรารถนาและศรัทธาแรงกล้าในพระบวรพุทธศาสนาจึงได้พากันไปสร้างพระพุทธรูปไว้สำหรับให้ผู้คนทั่วไปกราบไหว้บูชาในถ้ำแห่งนี้ และก็ได้เป็นพระพุทธรูปไว้สำหรับให้ผู้คนทั่วไปกราบไหว้บูชาในถ้ำแห่งนี้ และก็ได้เป็นพุทธรูปเก่าแก่    ที่มีประชาชนทุกสารทิศหลั่งไหลกันมาสักการบูชาตราบเท่าทุกวันนี้ พระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง  3   ศอกเศษ   สูง  4  ศอก และระฆังทองเหลืองขนาดย่อมอีก 1 ใบ สลักชื่อไว้ว่า “พระครูบาประธรรมปัญโญและ      พ่อแสนปีระตำนาน”  อักษรที่จารึกเป็นอักษรขอม ต่อมาประมาณปี พ.. 2468 มีพระภิกษุ 2 รูป มาจากจังหวัดเชียงใหม่ คือ  พระครูสังฆ์มาจากวัดเจดีย์หลวง และพระยาหมื่น มาจากสำนักวัดหอธรรม ได้มาเที่ยวที่ถ้ำเชียงดาว     ได้พบพระพุทธรูปและระฆังได้อ่านจารึกดูก็ทราบเรื่องพระครูบาประธรรมปัญโญกับพ่อแสนปีระตำนานได้มาสร้างและค้นพบถ้ำนี้เป็นครั้งแรก

การเดินทางมายังสถานที่ท่องเที่ยว ห่างจากที่ว่าการอำเภอเชียงดาวประมาณ 5 กิโลเมตรเข้าไปทางหมู่บ้านบ้านถ้ำ   ทางเข้าอยู่บริเวณข้างโรงแรมเชียงดาวอินท์ จากปากทางจะผ่านวัดด้านซ้ายมือ และโรงเรียนบ้านถ้ำ เดินทางโดยรถส่วนตัวหรือรถประจำทาง (รถเหลือง)โดยสามารถเช่าเหมาได้ที่ท่ารถ บริเวณหน้าสำนักงานประถมศึกษาอำเภอ     เชียงดาว ค่าบริการประมาณ 100 บาท

ลักษณะเด่นของสถานที่ท่องเที่ยว เป็นสถานถ้ำที่มีความสวยงามตามธรรมชาติหินงอก หินย้อยรูปร่างต่าง สวยงามแปลกตา ประกอบไปด้วยถ้ำเล็ก หลายถ้ำคือ ถ้ำม้า ถ้ำน้ำ ถ้ำแก้ว และถ้ำพระนอน บริเวณหน้าถ้ำจะมีน้ำไหลออกมาเป็นอ่างน้ำใสสะอาดมองเห็นปลาสวยงามตัวโตหลากพันธุ์เป็นจำนวนมาก สามารถให้อาหารปลาได้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่จับจ่ายซื้อของฝากประเภทสมุนไพรพื้นบ้านและของป่ามากมาย

3.  พระสถูปเจดีย์พระนเรศวรเมืองงาย

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว  เป็นสถานที่สำหรับบรรจุอัฐิของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นที่เคารพสักการะของชาวเชียงดาว จะมีการดำหัวพระสถูปฯ ทุกวันที่ 16 เมษายน ของทุกปี และมีการบวงสรวงทุกวันที่ 25 มกราคม นอกจากนี้ยังมีค่ายพระองค์ดำ ซึ่งเป็นที่บรรจุอาวุธและเครื่องทรงจำลองให้ได้เข้าชมอีกด้วย มีหุ่นปั้นรูปสมเด็จพระนเรศวร พระเอกาทศรส และพระพี่นางสุพรรณกัลยา

ตั้งอยู่   หมู่ที่ 2   ตำบลเมืองงาย  อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่

เปิดบริการให้เข้าชมเวลา  05.00 .  ปิดเวลา 19.00 .

­ 4.  น้ำตกศรีสังวาลย์

       ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ผ่านอำเภอเชียงดาว        ไปจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 79 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 79 (ปากทางบ้านเมืองงาย) แล้วเดินทางต่อไปอีกประมาณ 24 กิโลเมตรก่อนถึงบ้าน      นาหวาย ทางเข้าอยู่เยื้อง สถานีตำรวจภูภรนาหวายเลี้ยวซ้ายเข้าไป 150 เมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยาน และเดินเท้าอีกประมาณ 20เมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตกบ้านนาหวาย หมู่ที่ 3 .แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ น้ำตกหินปูนที่สามารถเดินไต่ขึ้นไปบนน้ำตกได้ เพราะไม่มีตระไคร่น้ำเกาะอยู่เลยบริเวณโดยรอบสามารถตั้งเต็นท์พักแรมได้ และนั่งรับประทานอาหารหรือพักผ่อนได้

      เปิดเวลา 08.00 . ปิดเวลา 17.00 .

 

5.  น้ำตกแม่แมะ

น้ำตกธรรมชาติ 10 แห่ง และหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ วิถีชีวิตคนอยู่กับป่าและธรรมชาติ

ตั้งอยู่ บ้านแม่แมะ  อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

การเดินทาง เดินทางจากอำเภอเชียงดาว ประมาณ 25 กิโลเมตร จะมีเส้นทางเดินรถ และต่อด้วยเส้นทางเดินเท้าเข้าไปในป่า จุดเด่น สำหรับท่านที่ชอบความเป็นธรรมชาติจริง ๆ และต้องการความสวยงามของน้ำตก

 

 

6.  บ่อน้ำร้อนโป่งอาง

 


บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ กลางป่าเขา มีสถานที่ให้อาบน้ำแร่ แช่น้ำแร่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ

ที่ตั้ง :  บ้านโป่งอาง หมู่ที่ 5 ตำบลเมืองนะ

ติดต่อ : องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองนะ โทร. 0-5393-9738

 

                                                               

 

หนึ่งตำบล  หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP)

 

ที่

ชื่อ - กลุ่มอาชีพ

ชื่อ - สกุล

สถานที่ดำเนินการ

ปีที่จัดตั้ง

สมาชิก(คน)

ประธานกลุ่มอาชีพ

เลขที่

หมู่ที่

ตำบล

อำเภอ

1

ชมรมอนุรักษ์สมุนไพร

นายภานุมาศ  ฤทธิ์แก้ว

145

5

เชียงดาว

เชียงดาว

2543

115

2

กล้วยตาก กทบ.

นางสาวสวาท  ขุนน้ำ

20

8

เชียงดาว

เชียงดาว

2548

20

3

ผลิตภัณฑ์จากไม้ไมยราบยักษ์

นายดนัย  ฮวดสำราญ

365

13

เชียงดาว

เชียงดาว

2548

13

4

กลุ่มจักสาน

นายประจักร์    บุญเรือง

310

14

เชียงดาว

เชียงดาว

2542

95

5

ตัดเย็บเสื้อผ้า

นางเปรมสุข  ชำนาญจุ้ย

401

15

เชียงดาว

เชียงดาว

2545

10

6

ผลิตภัณฑ์โคมไฟจากไม้ไผ่และหญ้าแฝก

นางสาวอุบล  ชัยยานะ

29

16

เชียงดาว

เชียงดาว

2550

20

7

ไม้กวาด

นายหนึ่ง  คุ้มวงค์

10

3

เมืองนะ

เชียงดาว

2547

15

8

สามัคคีพัฒนา(ชุดเผ่า)

นายอะคา   แซ่ซิว

100/14

3

เมืองนะ

เชียงดาว

2549

7

9

เครื่องสานงานฝีมือ

นางบัวไหล  ไชยวรรณ์

57

6

เมืองนะ

เชียงดาว

2549

5

10

ชุดประจำเผ่า

น.ส.นายอ จะคะ

238

6

เมืองนะ

เชียงดาว

2549

7

11

น้ำพริกโปรตีนทรงเครื่อง

น.ส.อำพร  นันต๊ะ

10

7

เมืองนะ

เชียงดาว

2549

7

12

ย่าม/ กระเป๋า

น.ส.พิกุล  ตะเปียว

6

14

เมืองนะ

เชียงดาว

2549

7

13

ชุดประจำเผ่าไทยใหญ่/ไทยลื้อ

น.ส.แก้วดี  ผักกา

14

14

เมืองนะ

เชียงดาว

2549

7

14

ผู้ผลิตสุราแช่บ้านออน

นายคำแวง  สุนะ

88

1

ปิงโค้ง

เชียงดาว

2546

50

15

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรแปรรูปดอยหลวง

น.ส.สุพิน  วงศ์ไชย

303

2

ปิงโค้ง

เชียงดาว

2547

12

16

โคมไฟโมบาย

นายสฤทธิ์  จันทร์ตา

95

3

ปิงโค้ง

เชียงดาว

2549

5

17

กลุ่มหน่อไม้อัด

นายเชิดชาย  เพชรอักษร

1

4

ปิงโค้ง

เชียงดาว

2546

10

18

ไม้ผล

นายเชิดชาย  เพชรอักษร

5

4

ปิงโค้ง

เชียงดาว

2543

30

19

ถุงย่าม  ชุดมูเซอร์

นางนาคา  แสงเป็ง

126

11

ปิงโค้ง

เชียงดาว

2546

12

20

ผ้าทอมือกะเหรี่ยง

นางวิมลภา  ลาทู

181

14

ปิงโค้ง

เชียงดาว

2544

20

21

หัตถกรรมจากธรรมชาติ

นางสิรินทร์  ศรีสังข์

80

1

ทุ่งข้าวพวง

เชียงดาว

2547

32

22

จักสานไม้ไผ่บ้านแม่ก๋อน

นายชัยสิทธิ์  จะกอ

330

2

ทุ่งข้าวพวง

เชียงดาว

2550

20

23

จักสานไม้ไผ่

นายชาคิต  อะเต๋า

32

4

ทุ่งข้าวพวง

เชียงดาว

2543

100

24

เกษตรกรเมืองงายยั่งยืน

นางจงรักษ์  เขื่อนเพชร

103

1

เมืองงาย

เชียงดาว

2543

25

25

น้ำพริก

นางอุ่นเรือน  เสาแก้ว

228

2

เมืองงาย

เชียงดาว

2538

14

26

กลุ่มสตรีตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป

นางจันทร์เนียม  แสงเขื่อน

524

2

เมืองงาย

เชียงดาว

2538

80

27

บ้านโคเชต์

นางอุบลวรรณ  แก้วชัยยา

162

2

เมืองงาย

เชียงดาว

2550

12

28

สถานพยาบาลแผนโบราณ

นายบุญเรือง  การหมั่น

13

3

เมืองงาย

เชียงดาว

2541

300

29

สตรีสหกรณ์

นางลำดวน  วัฒนวิมลกร

146

4

เมืองงาย

เชียงดาว

2544

10

30

แม่บ้านอัมทาราม

นางพิกุล  อายุมั่น

136

9

เมืองงาย

เชียงดาว

2536

20

31

เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่

...สมจิตร  มณีรัตน์

510

10

เมืองงาย

เชียงดาว

2544

15

ที่

ชื่อ - กลุ่มอาชีพ

ชื่อ - สกุล

สถานที่ดำเนินการ

ปีที่จัดตั้ง

สมาชิก(คน)

ประธานกลุ่มอาชีพ

เลขที่

หมู่ที่

ตำบล

อำเภอ

32

บุญมีผ้าฝ้ายทอมือ

นางบุญมี  มิตรสนิท

184

11

เมืองงาย

เชียงดาว

2546

15

33

กลุ่มอาชีพทองม้วน

นางสมศรี  ดวงวิโรจน์

166

1

แม่นะ

เชียงดาว

2547

65

34

น้ำพริก

นางลำดวน  การะหงษ์

300

2

แม่นะ

เชียงดาว

2540

5

35

พิมเสนน้ำ

นางจันทร์เพ็ญ  จันกันทา

399

3

แม่นะ

เชียงดาว

2547

12

36

จักสานไม้ไผ่ (ก๋วย)

นางสายชล  เก่งกล้า

126

3

แม่นะ

เชียงดาว

2543

178

37

สหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดิน

..อรพินท์ เกตุบุญเรือง

29

4

แม่นะ

เชียงดาว

2543

32

38

แม่บ้านสหกรณ์แม่อ้อใน

นางบัวคลี่  กาวิลา

184

8

แม่นะ

เชียงดาว

2545

16

39

ทำไม้กวาด

นางศรีจันทร์  ขาวสวย

101

9

แม่นะ

เชียงดาว

2540

20

40

ส้มโอ

นางอาภาภรณ์ ฤทธิ์ลือชัย

31

10

แม่นะ

เชียงดาว

2538

12

41

อนุรักษ์ป่าชุมชน

นางชวงจิต  แก้วใจมา

 13/1

11

แม่นะ

เชียงดาว

2532

10

42

ข้าวแต๋น

นางวาสนา  รินประเสริฐ

 69/2

1

เมืองคอง

เชียงดาว

2548

5

43

ไม้กวาด

นางแรม  ไชยเทศน์

65

2

เมืองคอง

เชียงดาว

2547

7

44

กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองกะเหรี่ยง

นางอินสร  ทิพจร

109

3

เมืองคอง

เชียงดาว

2545

8

45

กล้วยฉาบ

นางสวาท  ปันทะนัน

18

4

เมืองคอง

เชียงดาว

2548

5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลการวิเคราะห์

 

6.1 สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

                1. ความสัมพันธ์ของข้อมูลแต่ละด้าน

ด้านกายภาพ         ดิน          จะเห็นได้ว่าพื้นที่อำเภอเชียงดาวจะเป็นพื้นที่คลื่นลอนลาดตามไหล่เขา  พื้นที่ทำการเกษตรจะอยู่ตามบริเวณเชิงเขาและที่ราบตามบริเวณแม่น้ำปิงทางด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออกสองฝั่งลำน้ำปิง   ซึ่งสามารถปลูกพืชแตกต่างกันออกไป   เช่น  ที่ราบตามริมแม่น้ำเหมาะสำหรับการปลูกพืชผักและกระเทียม  ส่วนที่ราบเหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวนาปี  ถั่วเหลือง  และข้าวโพดหวาน   ส่วนที่ราบบนเชิงเขาเหมาะสมสำหรับการปลูกไม้ผล  ไม้ยืนต้น เช่น  มะม่วง  ลำไย  และพืชไร่  เช่น  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ถั่วต่าง ๆ

                                พืช         ประชาชนในตำบลเชียงดาวจะประกอบอาชีพการเกษตร 80 % คือการทำนา  ทำไร่   ( ถั่วเหลืองข้าวไร่  ข้าวโพด  ส่วนในฤดูแล้งเกษตรกรจะปลูกผัก  เช่น  กระเทียม  กะกล่ำ คะน้า เป็นต้น  เพื่อเป็นรายได้เสริมแก่ครอบครัว

                                สัตว์          การเลี้ยงสัตว์ในอำเภอเชียงดาว  ส่วนใหญ่จะเลี้ยงสุกร , ไก่  ไว้เพื่อจำหน่ายและบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น  ส่วนโค , กระบือ  เกษตรกรจะเลี้ยงไว้เพื่อใช้งานการเกษตร  พออายุนานเข้าก็จำหน่ายเป็นโคเนื้อ , กระบือเนื้อ

                                2. ศักยภาพพื้นที่ ( ระดับความเหมาะสมต่อการผลิต )

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านกายภาพ , ชีวภาพแล้ว   จะเห็นว่าพื้นที่ในอำเภอเชียงดาวเหมาะสมกับการปลูกข้าวนาปีได้เป็นอย่างดี  และรองลงมาคือ  ข้าวโพด ถั่วต่าง ๆ  กระเทียม  พืชผัก  และไม้ผล  ไม้ยืนต้น

 

6.2 ปัญหาด้านการผลิตพืช

1. การปลูกข้าว

- ผลผลิตข้าวนาปีอยู่ในเกณฑ์ต่ำ  เนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงผลผลิตไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

- เกษตรกรไม่มีการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวและไม่คลุกสารเคมี

- เกษตรกรไม่มีการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกวิธี

- ระยะเวลาการใส่ปุ๋ยไม่ถูกต้องและตามสูตรปุ๋ยเคมี

2. การปลูกพืชไร่ ( ถั่วเหลือง ,ถั่วลิสง,ข้าวโพด , ข้าวไร่ )

- ผลผลิตที่ได้รับอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ  ไม่มีการทดสอบความงอกของเมล็ด

- ไม่มีการคลุกเชื้อไรโซเบียม

- ปลูกไม่เป็นแถวเป็นแนว  ระยะปลูกไม่ถูกต้องยากต่อการบำรุงรักษา

- ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี

- ไม่มีการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูระบาด

- เมล็ดพันธุ์ที่ใช้มีพันธุ์ปน , เนื่องจากเก็บเมล็ดเอง

 

 

3. การไม้ผลไม้ยืนต้น

- ผลผลิตต่ำ

- ไม่มีการตัดแต่งกิ่งและใส่ปุ๋ยหมักควบคู่กับปุ๋ยเคมี

- ไม่มีการปฏิบัติดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ

 

6.3  ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ประชาชนในตำบลเชียงดาวมีการบุกรุกที่ทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ   เพื่อทำไร่ในฤดูฝน  เช่น  ข้าวไร่  ถั่วเหลือง  ข้าวโพด  และทำสวนผลไม้เช่น  มะม่วง  โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมทีจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 7

แนวทางการพัฒนาเกษตรกร

 

แนวทางด้านการผลิต

1. พืช พืชหลัก ( ข้าว )

-       ส่งเสริมให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีแบบใหม่มาปรับปรุงผลผลิตให้สูงขึ้น

-       แนะนำเกษตรกรมีการป้องกันกำจัดศัตรูพืช  โดยการสำรวจตรวจนับก่อนใช้สารเคมี

-       แนะนำเกษตรกรให้มีการปรับปรุงบำรุงดิน   โดยใช้ปุ๋ยหมักควบคู่กับการใช้ปุ๋ยเคมี  ตลอดจนการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกวิธีและถูกต้อง

-       แนะนำเกษตรกรเปลี่ยนพันธุ์ข้าวทุก ๆ 3 ปี

-       แนะนำเกษตรกรปลูกข้าวเป็นแถวเป็นแนว

พืชรอง ( ข้าวโพด,ถั่วต่าง ๆ, พืชผัก )

-       แนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรใช้พันธุ์ดีที่เหมาะสมต่อศักยภาพของพื้นที่

-       มีการคลุกเชื้อไรโซเบียมและใช้ปุ๋ยเคมีในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่

-       จัดทำแปลงขยายพันธุ์ในตำบล , หมู่บ้าน

-       มีการสำรวจตรวจนับศัตรูถั่วเหลืองเตือนการระบาดของศัตรูถั่วเหลืองทุกระยะการเจริญเติบโตจนถึงการเก็บเกี่ยว

-       มีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง

ไม้ผลไม้ยืนต้น

-       ส่งเสริมเกษตรกรปลูกมะม่วงพันธุ์ดีเพื่อให้มีคุณภาพจำหน่ายได้ราคาที่สูงขึ้น

-       ปรับปรุงสวนเก่าโดยวิธีเปลี่ยนยอดเป็นพันธุ์ดีตลาดมีความต้องการสูง

-       จัดทำแปลงขยายพันธุ์โครงการไม้ผล  ไม้ยืนต้นกระจายรายได้

พืชความหวังใหม่

-       ส่งเสริมเกษตรกรปลูกมันฝรั่ง แบบครบวงจร

-       ส่งเสริมเกษตรกรปลูกข้าวโพดหวานแบบครบวงจร

-       ส่งเสริมเกษตรกรปลูกยางพารา , ไผ่บง เศรษฐกิจเพื่ออุตสาหกรรมในครัวเรือนเพื่อเพิ่มรายได้  สภาพพื้นที่ของตำบลเชียงดาวเหมาะสม  ภูมิอากาศเหมาะสมกับพืชดังกล่าว

-       ส่งเสริมเกษตรกรปลูกมะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์  แบบครบวงจร

-       ส่งเสริมเกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ

-       ส่งเสริมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง

-       ส่งเสริมการปลูกชา  กาแฟ

 

 

 

2. สัตว์

การพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ในอำเภอเชียงดาว  เกษตรกรมีการเลี้ยงสัตว์เพื่อเสริมรายได้แก่ครัวเรือน  เช่น  เลี้ยงสุกร , ไก่ ควรมีการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพิ่มจำนวนมากขึ้น  และควรป้องกันกำจัดโรคระบาดสัตว์โดยการทำวัคซีนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนด้านโค , กระบือ  ควรแนะนำให้เกษตรกรมีการปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้น  โดยวิธีการผสมเทียม  ลูกผสมอเมริกันบรามั่น  และควรส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม

3. การประมง

ควรแนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีพื้นที่และศักยภาพเหมาะสมต่อการขุดบ่อเลี้ยงปลาเช่น  ปลานิล  , ปลาไน  ปลาดุก  ครอบครัวละ 2 งาน  เพื่อเป็นอาหารเสริมและรายได้แก่ครอบครัว  บนบ่อปลาควรแนะนำให้เกษตรกรเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์เพื่อจะได้ลูกสุกรเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง

แนวทางการกระจายการผลิตในระดับไร่นา

-       ควรแนะนำเกษตรกรส่งเสริมการวางแผนจัดไร่นาสวนผสม

-       จัดระบบปลูกพืชควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการตามแผนทางเศรษฐกิจพอเพียง

แนวทางการพัฒนาการทางด้านตลาด

-       ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชตามความต้องการของตลาด

-       รวมกลุ่มผู้ผลิตเพื่อจำหน่ายลดปัญหาพ่อค้านายทุน

-       ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชครบวงจรที่ไม่เสี่ยงต่อตลาด  มีการผลิตพืชและผลิตสัตว์ให้มีคุณภาพ

-       ควรมีข่าวสารความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าการเกษตรให้กับเกษตรกรได้รับทราบทันเหตุการณ์กับตลาด

แนวทางการพัฒนากลุ่ม

-       แนะนำให้เกษตรกรในหมู่บ้าน , ตำบลจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

-       ให้ความรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่แก่สมาชิกเป็นประจำทุก ๆ เดือน

-       มีการประชุมสมาชิกเป็นประจำทุกเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนากลุ่มให้ดีขึ้น

-       ประสานงานกับคณะกรรมการกลุ่มทุก ๆ เดือน

-       การแปรรูปถนอมอาหารด้านการเกษตร

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนพัฒนาการเกษตร  อำเภอเชียงดาวเชียงดาว

จังหวัดเชียงใหม่

ประจำปี   2555

แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี

โครงการ / กิจกรรม

เหตุผล

วีธีการดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ตัวชี้วัด

โครงการส่งเสริมการใช้สารชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิต

-เกษตรกรมีการใช้สารเคมีสูง

-เกษตรกรไม่มีความปลอดภัยจากสารพิษ

-เกษตรกรต้นทุนสูง

-ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-คัดเลือกเกษตรกรที่สนใจ

-อบรมเกษตรกร

-จัดทำแปลงสาธิต

-ศึกษาดูงาน

เกษตรกร 7 ตำบล

 - อบต, เทศบาล 7 ตำบล

- กรมส่งเสริมการเกษตร

- กรมพัฒนาที่ดิน

เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ 7 ตำบล  มีผลผลิตที่ปลอดภัยได้คุณภาพ

โครงการฝึกอบรมกลุ่มแปรรูป ถนอมอาหารในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

-มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

-กลุ่มแม่บ้านใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

-สร้างอาชีพเสริมให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

-ฝึกอบรม

-สาธิตการแปรรูป

-จัดหาปัจจัยที่จำเป็นให้แก่กลุ่ม

-จัดหาตลาดให้กลุ่มเพื่อจำหน่าย

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 7 ตำบล

-อบต.,เทศบาล 7 ตำบล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจำนวน  7 ตำบล มีอาชีพและรายได้

โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการปรับปรุงบำรุงดิน

-ดินขาดความอุดมสมบูรณ์

-ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ

 

-อบรมเกษตรกรที่เข้าโครงการ

-จัดทำกองทุนปุ๋ย, ฝึกอบรมสาธิต

-ศึกษาดุงานการใช้ปุ๋ยอินทรีย์วัสดุบำรุงดิน

กลุ่มเกษตรกร 7 ตำบล

-อบต.,เทศบาล 7 ตำบล

-กรมพัฒนาที่ดิน

-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 7 ตำบล มีความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดิน

โครงการส่งเสริมการจัดทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

-เกษตรกรมีความเสี่ยงต่อการตลาด

-เกษตรกรใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

-ลดการเสี่ยงในการผลิต

-เกษตรกรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

-ฝึกอบรมเกษตรกร

-จัดทำแปลงสาธิต

-ศึกษาดูงาน

-สนับสนุนเงินทุนและปัจจัยการผลิต

กลุ่มเกษตรกร 7 ตำบล

-อบต.,เทศบาล 7 ตำบล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 7  ตำบล  มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

โครงการผลิตผักปลอดสารพิษ

 

 

 

 

 

 

-เกษตรกรลดการใช้สารเคมี

-เกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อป้องกันสารปนเปื้อน

-รักษาสิ่งแวดล้อม

 

-อบรมเกษตรกร

-ศึกษาดูงาน

-ทำแปลงปลอดภัยจากสารพิษ

 

 

 

 

กลุ่มเกษตรกร 7 ตำบล

 

 

 

 

 

 

-อบต.,เทศบาล 7 ตำบล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

- กรมวิชาการ

 

 

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ  7  ตำบล

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงการ / กิจกรรม

เหตุผล

วีธีการดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ตัวชี้วัด

โครงการส่งเสริมปลูกถั่วเหลือง ถั่วลิสง

-เกษตรกรมีพื้นที่เหมาะสม

-มีแหล่งน้ำเพียงพอในฤดูแล้ง

-พื้นที่เกิดประโยชน์หลังการทำนา

-อบรมเกษตรกร

-ศึกษาดูงาน

-จัดหารตลาดให้กลุ่ม

กลุ่มเกษตรกร 7 ตำบล

-อบต.เทศบาล 7 ตำบล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ ตำบลมีรายได้

โครงการส่งเสริมปลูกข้าวโพด

-เกษตรกรมีพิ้นที่เหมาะสม

-ตลาดมีความต้องการสูง

 

-ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-คัดเลือกเกษตรกรที่สนใจ

-อบรมเกษตรกร

-ศึกษาดูงาน

-สนับสนุนปัจจัยการผลิต

กลุ่มเกษตรกร 7 ตำบล

-อบต.เทศบาล 7 ตำบล

 

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 7  ตำบลมีการผลิตต่อไร่สูงขึ้น  มีรายได้เพิ่ม

โครงการส่งเสริมการผลิตมะม่วงเพื่อคุณภาพ

-เกษตรกรขาดความรู้ด้านการผลิต,การตลาด

-เกษตรกรขาดการรวมกลุ่ม

-พื้นที่มีความเหมาะสม

-ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

-อบรมถ่ายทอดความรู้

-ศึกษาดูงาน

-สนับสนุนปัจจัยการผลิต

-ประเมินโครงการ

-กลุ่มผู้ผลิตมะม่วงเพื่อคุณภาพ  อำเภอเชียงดาว

-อบต.เทศบาล 7 ตำบล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

-ธกส.

-กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วง  1  กลุ่ม

 - ผลผลิตที่มีคุณภาพ        - ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น       - มีรายได้เพิ่มขึ้น

โครงการส่งเสริมการปลูกไผ่บงเพื่ออุตสาหกรรมในครัวเรือน

-เกษตรกรไม่มีการปลูกไผ่บงไว้ใช้

-เสียเงินซื้อไผ่บงจากแหล่งอื่น

-สามารถเป็นรายเสริมจากอาชีพหลัก

-ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-รวมกลุ่มผู้ปลูก

-อบรมให้ความรู้

-สนับสนุนปัจจัยการผลิต

-ประเมินโครงการ

-กลุ่มเกษตกรผู้ปลูกไผ่บง  อำเภอเชียงดาว

--อบต.เทศบาล 7 ตำบล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

-กลุ่มเกษตรผู้ปลูกไผ่บง  อำเภอ.เชียงดาว  มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้

โครงการส่งเสริมการปลูกชา และกาแฟ

- พื้นที่มีความเหมาะสม

- ตลาดมีความต้องการ

- เป็นรายได้เสริม

ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-รวมกลุ่มผู้ปลูก

-อบรมให้ความรู้

-สนับสนุนปัจจัยการผลิต

-ประเมินโครงการ

กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูก ชา กาแฟ  อำเภอเชียงดาว

- กรมส่งเสริมการเกษตร

- อบต.,เทศบาล

- ธกส.

กลุ่มเกษตรกรอำเภอเชียงดาวมีรายได้เพิ่มขึ้น

 

 

 

 

แผนธุรกิจ ( แผนลงทุน )

 

โครงการ / กิจกรรม

เหตุผล

วีธีการดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ตัวชี้วัด

โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานครบวงจร  

-พื้นที่เหมาะสม          

-แหล่งน้ำเพียงพอ       

-ลดการเสี่ยงเรื่องการตลาด

-ใช้พื้นที่หลังฤดูทำนา

-ประชุมวัตถุประสงค์โครงการ

-ติดต่อบริษัทเข้าร่วมโครงการ

-จัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็น

-ทำสัญญาระหว่างบริษัท - เกษตรกรม

-บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ

-เกษตรกรมที่เข้าร่วมโครงการ

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-กลุ่มเกษตรกร ตำบล

-บริษัทเข้าร่วมโครงการ

- กลุ่มเกษตรกร

 

เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ 7  ตำบล  มีรายได้ที่มั่นคง   

โครงการส่งเสริมปรับปรุงคุณภาพลำไย                   

-ลำไยไม่มีคุณภาพ    

-ตลาดต้องการลำไยที่มีคุณภาพ      

-ส่งเสริมเกษตรกรให้จัดมาตรา ฐานลำไย (GAP)

0ชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ

-คัดเลือกกลุ่มที่มีความสามารถบริหารจัดการด้านคุณภาพ

-ถ่ายทอดความรู้วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว

-ดำเนินงานตามโครงการGAP

-ประเมินผลและรายงานผล

กลุ่มเกษตรกร 7 ตำบล

-อบต. เทศบาล

                  

 

กลุ่มเกษตรกรมจำนวน 7 ตำบล

- มีผลผลิตที่มีคุณภาพ

- รายได้เพิ่ม

โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโค กระบือ

-เกษตรกรมีความสนใจในการเลี้ยงโคขุน

-เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาชีพของเกษตรกร

-ตลาดมีความต้องการสูง

-คัดเลือกเกษตรกร

-ฝึกอบรมเกษตรกร

-ศึกษาดูงาน

-จัดหาปัจจัยเพื่อสนับสนุนเกษตรกร

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน หมู่ที่ 1,2,4,5,6,7,8,9,11,12,13,14,15

-สนง.ปศุสัตว์อำเภอเชียงดาว

-เทศบาลตำบลเชียงดาว

-อบต.เชียงดาว

เกษตรกรจำนวน 314 ราย

โครงการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร

-เกษตรกรขาดแคลนปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ

-เกษตรกรขาดแหล่งเงินทุนในการจัดหาปัจจัยการผลิต

-ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-คัดเลือกกลุ่มที่มีความสามารถบริหารกองทุนได้

-สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนแก่กลุ่ม

-กลุ่มดำเนินงานตามโครงการ

-ประเมินผลรายงาน

 

 

กลุ่มเกษตรกรกองทุนหมุนเวียนเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตหมู่ที่ 1,2,4,5,8,10,11,12,14,15

-อบต.เทศบาล

-เทศบาลตำบลเชียงดาว

กลุ่มเกษตรกรจำนวน 7 ตำบล

โครงการ/กิจกรรม

เหตุผล

วิธีดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ตัวชี้วัด

โครงการส่งเสริมปลูกกระเทียมพันธุ์ดี

-พื้นที่เหมาะสม

-มีแหล่งน้ำเพียงพอในฤดูแล้ง

-ปรับปรุงคุณภาพกระเทียม

-ใช้ประโยชน์ของพื้นที่นาหลังฤดูเก็บเกี่ยว

-ชี้แจงวัตถุประสงค์ขอบโครงการ

-คัดเลือกเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ

-คัดเลือกพื้นที่ดำเนินการ

-จัดหาปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร

-อบรมให้ความรู้ในการปลูกและดูแลรักษา

-กลุ่มผู้ปลูกกระเทียมตำบล -สหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียม

-กรงส่งเสริมการเกษตร

-อบต. เทศบาล

 

เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 7  ตำบล

- มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น

- มีรายได้เพิ่ม

โครงการปลูกผักเพื่อการค้า

-มีพื้นที่ปลูกเหมาะสม

-มีแหล่งน้ำเพียงพอ

-ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

-ใช้พื้นที่หลังเก็บเกี่ยวให้เกิดประโยชน์

-คัดเลือกเกษตรกร

-คัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม

-อบรมเกษตรกร

-ศึกษาดูงาน

-สนับสนุนปัจจัยการผลิต

-กลุ่มผู้ปลูกผัก 7 ตำบล

 

-กองทุนหมู่บ้าน

-อบต. เทศบาล

-บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ

-เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 7 ตำบล มีรายได้

โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรครบวงจร

-มีพื้นที่เหมาะสม

-ใช้พื้นที่ในฤดูฝน

-ลดความเสี่ยงด้านตลาด

-คัดเลือกเกษตรกร

-ประชุมวัตถุประสงค์

-ติดต่อบริษัทที่จะรับซื้อ

-กลุ่มผู้ปลูกพืชสมนุไพรอำเภอเชียงดาว

-บริษัทเอกชน

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-สาธารณสุขอำเภอเชียงดาว

-อบต. เทศบาล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 7 ตำบล มีรายได้

โครงการส่งเสริมปลูกมันฝรั่งครบวงจร

-มีพื้นที่เหมาะสม

-มีแหล่งน้ำพอเพียง

-ลดความเสี่ยงด้านการตลาด

-ใช้พื้นที่หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปี

-ติดต่อบริษัทเข้าร่วมโครงการ

-สมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

-จัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็น

-ทำสัญญาระหว่างบริษัทกับเกษตรกร

-บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ

-เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ

 -กลุ่มเกษตรกร 7 ตำบล

-บริษัทเข้าร่วมโครงการ

-เกษตรกร

เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 7 ตำบล มีรายได้มั่นคง

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

โครงการ / กิจกรรม

เหตุผล

วีธีการดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ตัวชี้วัด

โครงการขุดลอกลำเหมืองสาธารณะ       

-ลำเหมืองตื้นเขิน     

-พัฒนาแหล่งน้ำเดิม     

-น้ำไม่เพียงพอ                 

               

-ขุดลอกลำเหมืองทุกสาย   

-ลาดลำเหมืองด้วยคอนกรีตเพื่อป้องกันการพังทลาย

-สร้างประตูเปิดปิดน้ำตามลำเหมืองที่สำคัญ

                             

-กลุ่มผู้ใช้น้ำ         

-กรมชลประทาน          

-อบต.          

-เทศบาล

- อำเภอเชียงดาว

-อบต.       

- เทศบาล

-กรมชลประทาน

 

เกษตรกร  7  ตำบล  ได้มีอาชีพการเกษตรตลอดปี

โครงการปลูกพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ                     

-ดินมีการชะล้างพังทลายสูง

-ดินขาดความอุดมสมบูรณ์         

                                    

-ปลูกหญ้าแฝกและพืชตระกูลถั่วในพื้นที่เป้าหมาย

-ฝึกอบรมเกษตรกร                   

-ทัศนศึกษาดูงาน            

กลุ่มเกษตรกร 7  ตำบล

-กรมพัฒนาที่ดิน

-อบต. เทศบาล

- อำเภอเชียงดาว

-อบต.

-กรมพัฒนาที่ดิน       

 

พื้นที่ลดการพังทลายจำนวน 7  ตำบล

โครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำ , ลำห้วย

-สภาพป่าถูกทำลาย

-แหล่งต้นน้ำถูกทำลาย

-อนุรักษ์สภาพป่าต้นน้ำ

 

-คัดเลือกพื้นที่ดำเนินการ

-ปลูกป่าในพื้นที่เป้าหมาย

-รณรงค์การปลูกป่าในทุกหมู่บ้าน

-กลุ่มมวลชนต่าง ๆ

-อบต.

-เทศบาล

-ส่วนราชการต่าง ๆ

 

-อบต.

-เทศบาล

-กรมป่าไม้

-องค์กรNGOในอำเภอเชียงดาว

-ทำให้สภาพป่าต้นน้ำลำธารมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น

-ฝนตกตามฤดูกาล

-ไม่เกิดอุทกภัยในฤดูแล้ง

โครงการส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ

-เกษตรกรลดการใช้สารเคมี

-เกษตรกรผลิตผัดปลอดภัยจากสารพิษ

-รักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น

-เป็นที่ต้องการของตลาด

-คัดเลือกเกษตรกร

-ประชุมชี้แจงโครงการ

-ฝึกอบรมเกษตรกร

-จัดทำแปลงสาธิต

-ศึกษาดูงาน

-กลุ่มผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ    7 ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.

-เทศบาล

-กรมวิชาการเกษตร

-กรมส่งเสริมการเกษตร

เกษตรกร 7 ตำบล ผลิตผักมีคุณภาพและมีรายได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงการ / กิจกรรม แผนพัฒนาการเกษตร  ปี 2553-2555

อำเภอเชียงดาว  จังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรม /โครงการ

หลักการเหตุผล

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

พื้นที่ดำเนินการ

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ระยะเวลา

ดำเนินการ

โครงการส่งเสริมการใช้สารชีวภาพเพื่อเพิ่มผลผลิต

-เพื่อให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย

-เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร

-เพื่อเป็นการนำเอาวัสดุจากเศษพืชและผลไม้มาหมักเป็นน้ำชีวภาพ

เกษตรกรมีการใช้สารสกัดชีวภาพใช้จำนวน 50 % ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 7  ตำบล

7  ตำบล                    83  หมู่บ้าน

-กลุ่มธรรมชาติ

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.

-เทศบาล

-อบต.

-เทศบาล

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

 

 

 

 

..53-..55

โครงการฝึกอบรมแปรรูปและถนอมอาหารในกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร

-เพื่อให้กลุ่มแม่บ้านมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

-สร้างอาชีพเสริมให้กับกลุ่มแม่บ้าน

-กลุ่มแม่บ้านใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจำนวน 19 กลุ่ม  มีอาชีพเสริมและรายได้เสริม

7  ตำบล 

- เกษตรกร  7  ตำบล 

-อบต.

-เทศบาล

สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.

-เทศบาล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการปรับปรุงบำรุงดิน

-เพื่อส่งเสริให้เกษตรกรใช้อินทรีย์วัตถุในการปรับปรุงบำรุงดิน

-ลดการใช้สารเคมี

-ลดต้นทุนในการผลิต

-ผลผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้น

เกษตรกรมีปุ๋ยอินทรีย์ในการปรับปรุงบำรุงดินจำนวน 50 % ของเกษตรทีเข้าร่วมโครงการจำนวน ตำบล

7  ตำบล 

-กลุ่มเกษตรกร

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-สนง.พัฒนาที่ดิน

-อบต.

-เทศบาล

-อบต.

-เทศบาล

สนง.พัฒนาที่ดิน

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการจัดไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิจกรรม/โครงการ

-เพื่อให้เกษตรกรลดการเสี่ยงในการประกอบอาชีพ

-เกษตรกรใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

-เกษตรกรมีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

หลักการเหตุผล

-เกษตรกรมีกิจกรรมทำการอย่างต่อเนื่อง

-เกษตรกร 30 % ของผู้เข้าร่วมโครงการมีการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 41 ครอบครัว

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

   7  ตำบล 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พื้นที่ดำเนินการ

-กลุ่มเกษตรกร

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.  

-เทศบาล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    ผู้รับผิดชอบ

   กลุ่ม / องค์กร

-กรมส่งเสริมเกษตร

-ปศุสัตว์, ประมง

-อบต.

-เทศบาล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งงบประมาณ

 

 

 

..53-..55

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ระยะเวลา

ดำเนินการ

โครงการผลิตผักปลอดสารพิษ

-เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี

-เกษตรกรผลิตผักปลอดสารพิษจากสารพิษ

-รักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

-เกษตรกรจำนวน  7ตำบล จัดทำแปลงส่งเสริมการผลิตผักปลอดสารพิษและลดการใช้สารเคมี

7  ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-เทศบาล

-อบต.

-สนง. เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.

-เทศบาล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการปลูกถั่วเหลือง ถั่วลิสง

เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกถั่วเหลืองเนื่องจากมีพื้นที่เหมาะสมและแหล่งน้ำพอเพียงทำให้พื้นที่เกิดประโยชน์หลังฤดูเก็บเกี่ยวพืชอื่น

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 7 ตำบล        มีรายได้เพิ่มขึ้น

7  ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-สนง. เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.

-เทศบาล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมปลูกข้าวโพด

-เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่การปลูกและดูแลรักษา การใช้พันธุ์ที่เหมาะสม การเพิ่มผลผลิต

 

เกษตรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 7ตำบล มีรายได้เพิ่มขึ้น

7  ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-สน.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.

-กรมปศุสัตว์

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวานครบวงจร

 

 

-เพื่อให้เกษตรกรลดการเสี่ยงทางด้านการตลาด

-เพื่อให้เกษตรกรใช้พื้นที่หลังฤดูเก็บเกี่ยวให้เป็นประโยชน์

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 230 ครอบครัว มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีอาชีพเสริม

7  ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-บริษัทเอกชน

-สนง.เกษตรอำเภอ

 

- บริษัทเอกชน

-เกษตรกร

 

 

 

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมปรับปรุงคุณภาพลำไย

-เพื่อให้องค์กรมีการปรับปรุงคุณภาพลำไยให้ตรงกับความต้องการของตลาด

-เพื่อให้เกษตรกรมีการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม

 

 

 

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 17 กลุ่ม ได้จัดมาตราฐานลำไย

(GAP)

หมู่ที่ 1,2,3,4,5,6,

8,9,11,12,13,14

-กลุ่มเกษตรกร

-สนง.เกษตรอำเภอเชียงดาว

-อบต.เชียงดาว

-กรมวิชาการการเกษตร

-อบต.

-สนง.เกษตรอำเภอ

 

 

 

..53-..55

กิจกรรม /โครงการ

หลักการเหตุผล

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

พื้นที่ดำเนินการ

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ระยะเวลา

ดำเนินการ

โครงการส่งเสริมการปลูกชา กาแฟ

-เกษตรกรมีพื้นที่ที่เหมาะสม

-ตลาดมีความต้องการสูง

-เป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาชีพของเกษตรกร

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

ตำบล

-กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกชา กาแฟ

 

-กรมส่งเสริมการเกษตร

-อบต.

-เทศบาล

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อจัดกาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร

เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการจัดหาปัจจัยการผลิตตรงกับความต้องการของเกษตร

กลุ่มเกษตรจำนวน 14 กลุ่ม

ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-อบต.

-เทศบาล

สนง.เกษตร

-กรมวิชาการเกษตร

-กรมส่งเสริมการเกษตร

-อบต.

-เทศบาล

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมปลูกกระเทียมพันธุ์ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

-พื้นที่เหมาะสมและแหล่งน้ำพอเพียง

-ปรับปรุงคุณภาพกระเทียมให้เป็นที่ต้องการของตลาด

-เป็นแหล่งผลิตพันธุ์ประเทียมพันธุ์ดี

 

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 80 ครอบครัวจะได้มีกระเทียมที่มีคุณภาพดีขึ้น

 

 

 

 

ตำบล

 

 

 

 

 

 

 

 

-กลุ่มเกษตรกร

-สนง. เกษตรอำเภอ

-อบต.

-เทศบาล

 

 

 

 

 

-อบต.

 

 

 

 

 

 

 

 

..53-..55

โครงการปลูกผักเพื่อการค้า

-เกษตรกรมีพื้นที่เหมาะสมและแหล่งน้ำพอเพียง

-ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

-มีรายได้เสริมเพิ่มขึ้น

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 69 ครอบครัวมีอาชีพเสริมและรายได้เพิ่มขึ้น

ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-บริษัทเอกชน

-สนง.เกษตรอำเภอ

-กองทุนหมู่บ้าน

-บริษัทเอกชน

-อบต.

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรครบวงจร

-เกษตรกรมีพื้นที่เหมาะสม

-ลดความเสี่ยงทางการตลาด

-มีรายได้เพิ่มขึ้น

เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ 230 ครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น

 

ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-สนง.เกษตรอำเภอ

-อบต.

-อบต.

 

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งครบวงจร

-เกษตรกรลดความเสี่ยงด้านการตลาด

-เกษตรกรใช้พื้นที่หลังฤดูเก็บเกี่ยวให้เกิดประโยชน์

 

เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและอาชีพเสริมจำนวน 77 ครอบครัว

ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-บริษัทเอกชน

-สนง.เกษตรอำเภอ

-บริษัทเอกชน

-เกษตรกร

 

 

..53-..55

กิจกรรม /โครงการ

หลักการเหตุผล

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

พื้นที่ดำเนินการ

ผู้รับผิดชอบ

กลุ่ม / องค์กร

แหล่งงบประมาณ

ระยะเวลา

ดำเนินการ

โครงการปลูกพืชอนุรักษ์ดินและน้ำ

-ดินมีการชะล้างพังทลายสูง

-ดินขาดความอุดมสมบูรณ์

-รักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

ลดการพังทลายของดินและทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์พื้นที่จำนวน 8 หมู่บ้าน

7 ตำบล

-กลุ่มเกษตรกร

-อบต.

-กรมพัฒนาที่ดิน

-สปก

-กรมพัฒนาที่ดิน

-สปก.

- อบต.

 

 

 

..53-..55

โครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ลำห้วย ,ต้นน้ำ

 

 

 

 

-เพื่อรักษาป่าต้นน้ำลำธารให้มีคุณภาพสูง

-แหล่งน้ำถูกทำลายโดยมนุษย์

-สภาพป่าถูกทำลาย

ทำให้สภาพป่าต้นน้ำลำธารมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นและไม่เกิดอุทกภัยในฤดูฝน

 

 

 

7 ตำบล

 

 

 

 

-กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ

-องค์กร NGO

-กรมป่าไม้

-อบต.

 

-อบต.

-เทศบาล

-กลุ่ม NGO

 

 

 

 

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษ

เกษตรกรมีการใช้สารพิษมากควรแนะนำส่งเสริมโครงการให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการส่งเสริมปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อลดการใช้สารเคมีและรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

-เกษตรกรที่ผ่านการอบรมจำนวน 30 ราย

7 ตำบล

-กลุ่มผู้ปลูกผักปลอดสารพิษ

-สนง.เกษตรอำเภอ

-อบต.

 

-อบต.

-สนง. เกษตรอำเภอ

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการผลิตมะม่วงเพื่อคุณภาพ

-เกษตรกรขาดความรู้ด้านการผลิต,การตลาด

-เกษตรกรขาดการรวมกลุ่ม

-พื้นที่มีความเหมาะสม

-ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน

-อบรมถ่ายทอดความรู้

-ศึกษาดูงาน

-สนับสนุนปัจจัยการผลิต

-7 ตำบล

-กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วง คุณ

-อบต.

-เทศบาล

-กรมส่งเสริมการเกษตร

-ธกส.

 

 

 

..53-..55

โครงการส่งเสริมการปลูกไผ่บงเพื่ออุตสาหกรรมในครัวเรือน

-เกษตรกรไม่มีการปลูกไผ่บงไว้ใช้

-เสียเงินซื้อไผ่บงจากแหล่งอื่น

-สามารถเป็นรายเสริมจากอาชีพหลัก

-ชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ

-รวมกลุ่มผู้ปลูก

-อบรมให้ความรู้

-สนับสนุนปัจจัยการผลิต

-ประเมินโครงการ

- 7 ตำบล

-กลุ่มเกษตรผู้ปลูกไผ่บง 

-อบต.

-เทศบาล 

-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

 

 

..53-..55